กองทัพไทยประกาศด่วน !! พบกับระเบิด PMN-1 อีก 19 ทุ่น สั่งห้ามเข้า หลังทหารไทยเหยียบระเบิดชายแดนศรีสะเกษ เร่งปิดล้อม-เก็บกู้ทันที
18 กรกฎาคม 2569
กองทัพบกเปิดเผยความคืบหน้ากรณีกำลังพลได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยผลการเข้าตรวจสอบหลังเกิดเหตุพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-1 เพิ่มอีก 19 ทุ่น กระจายอยู่โดยรอบพื้นที่ ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งปิดกั้นพื้นที่และดำเนินการเก็บกู้ทันทีเพื่อป้องกันอันตราย
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ระหว่างกำลังพลปฏิบัติภารกิจเสริมสร้างความมั่นคงและปรับปรุงฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่บุกเบิกใหม่สำหรับการวางกำลัง
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าพื้นที่ดังกล่าวยังไม่ได้รับการสำรวจทุ่นระเบิดอย่างละเอียด เนื่องจากในช่วงสถานการณ์สู้รบที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้เข้ามาใช้ประโยชน์ในบริเวณดังกล่าว ทำให้ยังคงมีทุ่นระเบิดหลงเหลืออยู่ โดยทุ่นที่กำลังพลเหยียบเป็นทุ่นระเบิดรุ่นเก่าซึ่งมีสภาพเสื่อมตามกาลเวลา ส่งผลให้กลไกทำงานไม่สมบูรณ์ แม้จะยังสามารถทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บได้
ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยทหารช่างร่วมกับ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ก่อนพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-1 จำนวน 19 ทุ่น กระจายอยู่โดยรอบ จึงเร่งดำเนินการปิดล้อมพื้นที่ พร้อมเก็บกู้เพื่อให้พื้นที่กลับมาปลอดภัย
สำหรับ PMN-1 เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบกดทับ ผลิตในอดีตโดยสหภาพโซเวียต และถูกนำไปใช้ในความขัดแย้งหลายพื้นที่ทั่วโลก มีแรงระเบิดสูง สามารถก่อให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงหรือสูญเสียอวัยวะได้ จึงถือเป็นหนึ่งในทุ่นระเบิดที่มีอันตรายสูง แม้จะฝังอยู่ใต้ดินเป็นเวลานานก็ตาม
ทั้งนี้ กองทัพบกได้สั่งการให้ กองทัพภาคที่ 2 เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบพื้นที่ทุกจุดที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงฐานปฏิบัติการ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่เคยผ่านการสำรวจหรือเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า แม้เวลาจะผ่านมานาน แต่พื้นที่ชายแดนบางแห่งยังคงมีวัตถุระเบิดตกค้างจากความขัดแย้งในอดีต ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสำรวจและเก็บกู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กองทัพบก, NBT Connext
