กรุงเทพมหานคร — 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.38 น.
ตำรวจ สน.บางยี่ขันควบคุมตัวชายไทยผู้ต้องหาในคดีซุกยาไอซ์ภายในกระปุกมะขามเปียก เตรียมส่งไปประเทศญี่ปุ่น ฝากขังศาลอาญาตลิ่งชัน พร้อมคัดค้านการประกันตัว
ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ให้การปฏิเสธและยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
กล่องพัสดุเกือบเปลี่ยนชีวิตผู้รับหิ้ว
คดีเริ่มวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เมื่อหญิงรับหิ้วสินค้าไทย–ญี่ปุ่นได้รับการติดต่อผ่านเฟซบุ๊กให้นำพัสดุไปส่งต่างประเทศ
ก่อนเดินทางวันที่ 7 กรกฎาคม เธอสังเกตว่ากล่องมีน้ำหนักผิดปกติ จึงเปิดตรวจสอบ พบอาหารและสินค้าหลายชนิด รวมถึงมะขามเปียกเหลว 6 กระปุก
เมื่อตรวจด้านใน พบถุงวัตถุสีขาวซ่อนอยู่ใต้เนื้อมะขาม ผลตรวจระบุว่าเป็นยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 2.059 กิโลกรัม หญิงผู้รับหิ้วจึงแจ้งตำรวจแทนนำพัสดุขึ้นเครื่อง
แกะเส้นทางเงิน ล่าผู้สั่งการ
ตำรวจตรวจสอบการติดต่อ เส้นทางพัสดุและธุรกรรม ก่อนจับชายไทยรายหนึ่งเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่บ้านพักใน จ.ปทุมธานี
ผู้ต้องหาระบุว่าเคยให้หญิงชาวเวียดนามซึ่งคบหาอยู่ใช้บัญชีธนาคาร แต่ยืนยันว่าไม่ทราบว่าบัญชีถูกนำไปใช้ทำอะไร
รายงานล่าสุดระบุว่า ตำรวจออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 4 ราย และอยู่ระหว่างติดตามผู้ต้องหาชาวเวียดนาม รวมทั้งตรวจสอบว่าใครเป็นผู้จัดพัสดุ ผู้ควบคุมบัญชี และผู้รอรับยาในญี่ปุ่น
ตำรวจประเมินว่าอาจมีผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายประมาณ 15 คน แต่ยังเป็นข้อมูลจากการสืบสวน ไม่ใช่จำนวนผู้กระทำผิดที่ศาลวินิจฉัยแล้ว
ย้อนคำเตือน “รับฝากของ” อาจรับโทษแทน
ก่อนหน้านี้ กรมการกงสุลและหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดเคยเตือนประชาชนว่า การรับฝากหรือรับจ้างหิ้วพัสดุข้ามประเทศโดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้ผู้ถือพัสดุถูกดำเนินคดีในประเทศปลายทาง
คดีนี้สะท้อนชัดว่า เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อย อาจแลกกับโทษจำคุกยาวนานและชีวิตที่พังลงทันที
หลักสำคัญคือ ไม่รู้ว่าใครแพ็ก—อย่ารับ ไม่ได้เปิดดูเอง—อย่าหิ้ว และหากน้ำหนักหรือบรรจุภัณฑ์ผิดปกติ ให้หยุดและแจ้งเจ้าหน้าที่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
Thai PBS News: ความคืบหน้าการฝากขัง จุดเริ่มต้นการพบพัสดุผิดปกติ และการขยายผลเครือข่าย
ข่าวสด: คำให้การผู้ต้องหาและข้อมูลเส้นทางบัญชี
กรมการกงสุลและ ป.ป.ส.: คำเตือนเรื่องรับจ้างหิ้วพัสดุข้ามประเทศ
