18 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น.
สถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลระอุ หลังเกิดกระแสข่าวสะพัดว่า เรือพาณิชย์ถูกโจมตีบริเวณอ่าวโอมาน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าอาจมีเรือสัญชาติไทยได้รับผลกระทบ
ล่าสุด กองทัพเรือไทย เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบเจาะลึก พร้อมเปิดระบบติดตามเรือเพื่อคลี่ปมร้อน โดย พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือได้ประสานข้อมูลกับ ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศปก.ศรชล.) และ ศูนย์ควบคุมการจราจรทางน้ำ (VTS) กรมเจ้าท่า เพื่อตรวจสอบตำแหน่งและสัญชาติของเรือที่ปรากฏในข่าว
ผลการตรวจสอบพบว่า เรือที่ตกเป็นข่าวว่าเกิดเหตุโจมตี ไม่ใช่เรือสัญชาติไทย ขณะที่เรือสินค้าไทยที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่อ่าวโอมาน ซึ่งมีจำนวน 1 ลำ ได้รับการยืนยันว่า ยังคงปลอดภัย ไม่มีความเสียหาย กำลังพลประจำเรือทุกนายปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ และภารกิจเดินเรือยังดำเนินต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าจำนวนมากต้องผ่านพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ถูกจับตามองด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด
ย้อนกลับไปในอดีต พื้นที่อ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมานเคยเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือพาณิชย์หลายครั้ง ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้หลายชาติยกระดับมาตรการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือและเพิ่มการเฝ้าระวังทางทะเล
กองทัพเรือยืนยันว่า จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเรือไทยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พร้อมขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ หลังพบว่ากระแสข่าวบางส่วนอาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กองทัพเรือไทย, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), กรมเจ้าท่า
