15 กรกฎาคม 2569
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยกระดับมาตรการกำกับดูแลธุรกรรมเงินสดครั้งสำคัญ โดยเตรียมขยายหลักเกณฑ์การตรวจสอบจากเดิมที่ครอบคลุมการถอนเงินสด มาสู่การฝากเงินสดมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน
ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้กำหนดให้ผู้ที่ถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแสดงตัวตน แจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงิน และอาจต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมตามที่ธนาคารร้องขอ หากไม่สามารถชี้แจงได้ ธนาคารมีสิทธิ์ปฏิเสธการทำธุรกรรม
ล่าสุด นาย วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์ใหม่ ให้ผู้ที่ฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงินสด รวมถึงที่มาของรายได้ โดยคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วง เดือนตุลาคม 2569
นอกจากนี้ การนำธนบัตรจำนวนมากมาแลก เช่น ธนบัตรใบละ 1,000 บาท มูลค่าหลายล้านบาท เพื่อแลกเป็นธนบัตรใบละ 500 บาท หรือ 100 บาท ก็จะต้องชี้แจงเหตุผลของการทำธุรกรรมต่อธนาคารเช่นเดียวกัน
เหตุผลที่ต้องคุมเข้ม
ธปท.ระบุว่า ธุรกรรมเงินสดเป็นช่องทางที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ยากกว่าการโอนผ่านระบบธนาคาร จึงมีความเสี่ยงต่อการถูกใช้ฟอกเงิน ซ่อนทรัพย์สินจากการกระทำผิด หรือเคลื่อนย้ายเงินผ่านบัญชีม้า
ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านการเงินและการบังคับใช้กฎหมายของไทยได้เร่งยกระดับมาตรการป้องกันการฟอกเงินอย่างต่อเนื่อง หลังพบการขยายตัวของเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงินและทุนผิดกฎหมายที่พยายามนำเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านธุรกรรมเงินสดและการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ
ใครได้รับผลกระทบ
มาตรการดังกล่าวจะกระทบต่อผู้ที่ทำธุรกรรมเงินสดมูลค่าสูงเป็นหลัก ได้แก่
- ธุรกิจที่รับชำระด้วยเงินสด
- ผู้ค้าทองคำ
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- ผู้ที่ฝากเงินสดจำนวนมากเป็นประจำ
- ผู้ที่แลกธนบัตรมูลค่าสูงจำนวนมาก
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการฝาก ถอน หรือโอนเงินตามปกติ รวมถึงการโอนผ่านระบบธนาคารและการใช้เช็คขีดคร่อม ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้
สอดคล้องมาตรฐานสากล
หลายประเทศทั่วโลกได้ใช้มาตรการจำกัดการใช้เงินสดในธุรกรรมมูลค่าสูง เพื่อป้องกันการฟอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษี โดยส่งเสริมให้ใช้ระบบชำระเงินที่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้อย่างโปร่งใส
การดำเนินมาตรการของ ธปท.ครั้งนี้ จึงถือเป็นการยกระดับระบบการเงินไทยให้สอดคล้องกับแนวทางสากล พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมเงินสดที่มีมูลค่าสูงในอนาคต
สรุปมาตรการ
- ถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป : ต้องแจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงิน และอาจต้องแสดงเอกสารประกอบ
- ฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป : เตรียมต้องชี้แจงที่มาของเงิน คาดเริ่มใช้เดือนตุลาคม 2569
- แลกธนบัตรจำนวนมาก : เตรียมต้องแจ้งเหตุผลของการทำธุรกรรม
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
