14 กรกฎาคม 2569
สหภาพยุโรป (European Union: EU) เตรียมผลักดันมาตรการครั้งสำคัญในการคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยอยู่ระหว่างพิจารณาร่างกฎหมายที่อาจ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย พร้อมกำหนดระบบให้ผู้ใช้อายุ 13–16 ปี สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้แบบค่อยเป็นค่อยไปตามระดับอายุ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและลดผลกระทบด้านสุขภาพจิต
แม้ปัจจุบันแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ เช่น Facebook และ Instagram จะกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่ 13 ปีอยู่แล้ว แต่การตรวจสอบอายุผู้ใช้งานยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้เด็กจำนวนมากสามารถสมัครใช้งานได้ง่าย
นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยว่า EU กำลังพิจารณากำหนดมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งภูมิภาค โดยเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีจะไม่สามารถใช้งานโซเชียลมีเดียได้ เว้นแต่จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ปกครอง
สำหรับเยาวชนอายุ 13 ปีขึ้นไป แพลตฟอร์มจะต้องแสดงหลักฐานว่าระบบและเนื้อหาของแอปมีความเหมาะสมกับช่วงวัย รวมถึงมีมาตรการคุ้มครองผู้ใช้งานที่เพียงพอ ก่อนจะได้รับอนุญาตให้เปิดบริการแก่เยาวชนในแต่ละช่วงอายุ
ข้อเสนอดังกล่าวมีพื้นฐานจากงานวิจัยจำนวนมากที่ชี้ว่า การใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวลานานมีความเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิต ความเครียด ภาวะวิตกกังวล และพฤติกรรมเสพติดในเด็กและวัยรุ่น
ก่อนหน้านี้ EU ยังได้ออกคำเตือนไปยัง Meta ว่า ฟีเจอร์ Infinite Scrolling หรือการเลื่อนฟีดแบบไม่สิ้นสุดบน Facebook และ Instagram อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายของสหภาพยุโรป เนื่องจากถูกมองว่าออกแบบมาเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้งานใช้งานต่อเนื่องจนเกิดพฤติกรรมเสพติด โดย Aza Raskin หนึ่งในผู้คิดค้นระบบดังกล่าว เคยยอมรับภายหลังว่าเสียใจที่สร้างฟีเจอร์นี้ขึ้นมา
ย้อนสถานการณ์
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลกเริ่มออกมาตรการจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กและเยาวชน หลังผลการศึกษาหลายฉบับพบผลกระทบต่อพัฒนาการและสุขภาพจิต โดยประเทศที่มีมาตรการหรืออยู่ระหว่างดำเนินการแล้ว ได้แก่ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี นอร์เวย์ เกาหลีใต้ และเวียดนาม
หากข้อเสนอของสหภาพยุโรปได้รับความเห็นชอบและมีผลบังคับใช้ จะถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล และอาจกลายเป็นต้นแบบให้หลายประเทศทั่วโลกนำไปปรับใช้ในอนาคต
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: 9to5Mac, คณะกรรมาธิการยุโรป และข้อมูลจาก iMoD
