วันที่ 14 กรกฎาคม 2569
BYD เตรียมขยายไลน์อัปของ Atto 8 (Sealion 8) หรือ Tang L ในตลาดจีน ด้วยการเปิดตัว รุ่นมอเตอร์เดี่ยว ซึ่งมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถ SUV ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น หลังข้อมูลล่าสุดจาก กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) เปิดเผยรายละเอียดของรุ่นใหม่ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
จุดเด่นสำคัญของรุ่นใหม่นี้ คือการเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet เพียงตัวเดียว ให้กำลังสูงสุด 300 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 402 แรงม้า ลดลงจากรุ่นเรือธงที่ให้กำลังสูงสุด 500 กิโลวัตต์ หรือ 671 แรงม้า แม้ตัวเลขกำลังจะลดลงถึง 269 แรงม้า แต่ยังถือว่าแรงกว่ารถยนต์ SUV ไฟฟ้าหลายรุ่นในตลาดปัจจุบัน
นอกจากนี้ รุ่นใหม่ยังคงทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมติดตั้ง แบตเตอรี่ Blade Battery (LFP) อันเป็นเทคโนโลยีหลักของ BYD รวมถึงระบบเบรกไฟฟ้า IPB (Integrated Power Brake) และ Event Data Recorder (EDR) หรือระบบบันทึกข้อมูลเหตุการณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ของจีน
ยอดขายรุ่นท็อปร่วงต่อเนื่อง
การเปิดตัวรุ่นมอเตอร์เดี่ยวครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญของ BYD หลังยอดจำหน่ายของ Tang L รุ่นสมรรถนะสูง ในประเทศจีนเริ่มชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด
- กรกฎาคม 2568 : 4,249 คัน
- ธันวาคม 2568 : 3,338 คัน
- พฤษภาคม 2569 : 616 คัน
- มิถุนายน 2569 : 629 คัน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น ทำให้ BYD จำเป็นต้องเพิ่มรุ่นย่อยที่มีราคาต่ำลง เพื่อขยายฐานลูกค้าและกระตุ้นยอดขาย
เตรียมมีทั้ง 5 และ 7 ที่นั่ง
รายงานยังระบุว่า Atto 8 รุ่นใหม่ จะมีทั้งตัวถัง 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าหลากหลายกลุ่ม โดยยังคงจุดขายด้านพื้นที่ใช้สอย เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยเช่นเดียวกับรุ่นเรือธง
ย้อนภาพตลาด EV
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา BYD ครองตำแหน่งผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนและของโลกในหลายไตรมาส แต่การแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตจีนรายอื่น ทั้งในด้านราคาและเทคโนโลยี ทำให้หลายค่ายต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มรุ่นย่อยที่มีราคาคุ้มค่ามากขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
ทั้งนี้ Atto 8 รุ่นมอเตอร์เดี่ยวยังไม่มีการประกาศราคาและกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะเปิดตัวในประเทศจีนภายในปี 2569 ก่อนพิจารณาขยายตลาดต่างประเทศในลำดับถัดไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน (MIIT) และรายงานตลาดรถยนต์จีน
