ข่าวประจำวัน » “อภิสิทธิ์” ถูกวิจารณ์หนัก! รศ.หริรักษ์ ชี้ไม่ควรคว่ำร่างนิรโทษกรรมทั้งฉบับ แต่ ม.112 ควรใช้ช่องทางพระราชทานอภัยโทษ

“อภิสิทธิ์” ถูกวิจารณ์หนัก! รศ.หริรักษ์ ชี้ไม่ควรคว่ำร่างนิรโทษกรรมทั้งฉบับ แต่ ม.112 ควรใช้ช่องทางพระราชทานอภัยโทษ

14 July 2026
26   0

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569

ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข (ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม) ด้วยคะแนนเสียง 306 ต่อ 141 เสียง ครอบคลุมคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึง 16 กรกฎาคม 2568 ได้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่ครอบคลุมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ล่าสุด รองศาสตราจารย์หริรักษ์ สูตะบุตร เผยแพร่บทวิเคราะห์แสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าว โดยระบุว่า จุดมุ่งหมายของกฎหมายคือการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมากว่า 20 ปี ตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นปช. และ กปปส. ซึ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีจำนวนมาก และหลายคดียังคงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม

รศ.หริรักษ์ระบุว่า แม้จะมีความพยายามจากหลายฝ่ายให้รวมคดีตามมาตรา 112 ไว้ในกฎหมายนิรโทษกรรม แต่สุดท้ายรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบ โดยยังคงหลักการเดิมที่ไม่รวมความผิดดังกล่าวไว้ในกฎหมาย

ในบทความยังกล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิปรายเสนอให้คงมาตรการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 สามารถเข้าสู่กระบวนการบำบัดและฟื้นฟูได้ แม้ท้ายที่สุดข้อเสนอดังกล่าวจะไม่ผ่านความเห็นชอบ และพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ลงมติไม่เห็นชอบร่างกฎหมาย ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา

รศ.หริรักษ์แสดงความเห็นว่า เด็กและเยาวชนยังคงได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งเน้นการฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ จึงเห็นว่าการกำหนดมาตรการพิเศษเฉพาะคดีมาตรา 112 อาจถูกมองว่าเป็นการให้สิทธิพิเศษเหนือคดีประเภทอื่น

นอกจากนี้ ผู้เขียนยังแสดงความคิดเห็นต่อบทบาทของพรรคการเมือง สื่อ และสถาบันการศึกษา โดยมองว่ามีส่วนทำให้เกิดการถกเถียงและความขัดแย้งเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าเป็นประเด็นที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน

สำหรับประเด็นสำคัญที่สุด รศ.หริรักษ์เสนอว่า ความผิดตามมาตรา 112 เป็นความผิดในประมวลกฎหมายอาญา และไม่ควรนำมารวมกับกฎหมายนิรโทษกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อคลี่คลายคดีทางการเมือง พร้อมเสนอว่าผู้ต้องขังในคดีดังกล่าว หากประสงค์จะขอความเมตตา ควรใช้ช่องทางการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งเป็นกลไกตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว

ย้อนความเป็นมา

ประเทศไทยเคยมีกฎหมายนิรโทษกรรมจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองหลายครั้ง เช่น เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516, 6 ตุลาคม 2519 และพฤษภาคม 2535 ขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ยังไม่เคยมีกฎหมายนิรโทษกรรมที่ครอบคลุมทุกเหตุการณ์ จนกระทั่งมีการผลักดันร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขในครั้งนี้

ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับมาตรา 112 ยังคงเป็นหนึ่งในข้อถกเถียงสำคัญของสังคมไทย โดยมีทั้งฝ่ายที่เห็นว่าควรรวมอยู่ในกฎหมายนิรโทษกรรม และฝ่ายที่เห็นว่าไม่ควรรวม เนื่องจากเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังมีความคิดเห็นแตกต่างในสังคมและยังไม่มีข้อยุติร่วมกัน

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: บทความแสดงความคิดเห็นของ รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร เผยแพร่วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 และข้อมูลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขของรัฐสภา

พรบนิรโทษกรรม #มาตรา112 #รศหริรักษ์ #รัฐสภา #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #สร้างเสริมสังคมสันติสุข #การเมืองไทย #วิหคนิวส์