8 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 น.
รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ย้อนกรณีโครงการจัดซื้อ เสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี ขององค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมยกเป็นอุทาหรณ์ให้หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ระมัดระวังการใช้งบประมาณและหลีกเลี่ยงการตั้งโครงการที่มีราคาสูงเกินความจำเป็น
รศ.ดร.ต่อตระกูล ระบุว่า เสาไฟฟ้าทั่วไปมีราคาต้นละเพียงไม่กี่พันบาท ขณะที่เสาไฟพลังงานแสงอาทิตย์โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 30,000–40,000 บาทต่อต้น แต่โครงการเสาไฟกินรีของ อบต.ราชาเทวะ มีราคาสูงเฉลี่ยถึงประมาณ 94,000–95,000 บาทต่อต้น โดยมีการติดตั้งในหลายพื้นที่ รวมถึงบริเวณถนนลูกรังและพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ไม่มาก
ตามข้อมูลที่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณสะสมหลายสัญญารวมตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท และหากนับรวมทุกโครงการมีวงเงินเกือบ 1,000 ล้านบาท จนกลายเป็นประเด็นตรวจสอบอย่างกว้างขวางจากหลายหน่วยงาน
ย้อนคดีดัง “เสาไฟกินรี”
กรณีเสาไฟกินรีเริ่มเป็นที่สนใจของสังคมในปี 2564 หลังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับราคาจัดซื้อและความเหมาะสมของสถานที่ติดตั้ง ต่อมาหน่วยงานตรวจสอบหลายแห่งได้เข้าตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงประเด็นความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ
รศ.ดร.ต่อตระกูล ระบุว่า คดีดังกล่าวถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ พร้อมเตือนว่า การอนุมัติโครงการที่มีราคาสูงเกินความเหมาะสม หรือขาดความคุ้มค่า อาจนำไปสู่การถูกตรวจสอบและต้องรับผิดตามกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำผิด
ทั้งนี้ การใช้งบประมาณของภาครัฐควรเป็นไปตามหลักความคุ้มค่า ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับการใช้งบประมาณในอนาคต
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: โพสต์ของ รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค, ข้อมูลข่าวการตรวจสอบโครงการเสาไฟกินรีของหน่วยงานภาครัฐ และข้อมูลสาธารณะที่เผยแพร่เกี่ยวกับโครงการ
