REMORA นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวัฒน์
ตลาดทุนไทยเช้าวันนี้เข้าสู่ภาวะเผชิญหน้าระหว่าง “วาฬต่างชาติ” กับ “สถาบันในประเทศ” หลังข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์สะท้อนการวางกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยต่างชาติยังคงเปิดสถานะขายสุทธิใน SET50 Index Futures ต่อเนื่อง ขณะที่สถาบันไทยเลือกเปิดสถานะฝั่งซื้อเพื่อรับแรงกระแทก ส่งผลให้บรรยากาศก่อนเปิดตลาดเต็มไปด้วยความผันผวน และมีโอกาสเกิดการไล่ล่าจุดตัดขาดทุนตั้งแต่ช่วงเช้า
ภาพในตลาด TFEX แสดงให้เห็นว่าต่างชาติยังเป็นผู้กำหนดเกมระยะสั้นผ่านการสะสมสถานะ Short อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถาบันในประเทศและนักลงทุนรายย่อยรับสถานะ Long สวนทาง ส่งผลให้สมดุลของตลาดเริ่มเอียงไปทางฝั่งผู้ขาย และเพิ่มโอกาสเกิดแรงกดดันต่อดัชนีหากมีข่าวลบเข้ามาเพิ่มเติม
ค่า Basis ของ SET50 Futures ยังคงติดลบลึกกว่าระดับ Fair Basis สะท้อนการป้องกันความเสี่ยงของกองทุนและนักลงทุนสถาบันผ่านตลาดอนุพันธ์อย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้กองทุนบางส่วนใช้กลยุทธ์ Arbitrage เข้าหาผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา
Open Interest ปรับเพิ่มขึ้นพร้อมกับการอ่อนตัวของดัชนี เป็นสัญญาณของการสร้างสถานะ Short ใหม่ มากกว่าการปิดสถานะเดิม สะท้อนว่าฝั่งผู้ขายยังไม่ยอมถอนกำลัง และคาดหวังแรงกดดันต่อเนื่องในระยะสั้น
ธุรกรรม Block Trade และ Single Stock Futures เริ่มหนาแน่นในหุ้นกลุ่มพลังงานและอิเล็กทรอนิกส์ สอดคล้องกับการโยกย้ายพอร์ตของนักลงทุนสถาบันและการทำธุรกรรม Big Lot ในกระดานหุ้นหลัก ซึ่งอาจเป็นการเตรียมรับความผันผวนในช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์
Market Breadth ของตลาดหุ้นไทยยังอ่อนแรง จำนวนหุ้นลบยังมากกว่าหุ้นบวกอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่หุ้นทำ New Low เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่าการฟื้นตัวของดัชนียังไม่แข็งแรง และยังเป็นการประคองด้วยหุ้นขนาดใหญ่บางตัวมากกว่าการฟื้นทั้งตลาด
การหมุนเวียนเม็ดเงินยังไหลเข้าสู่หุ้น Defensive โดยเฉพาะกลุ่มโรงพยาบาลและค้าปลีก ขณะที่กลุ่มพลังงาน ธนาคาร และการเงินยังเผชิญแรงขายจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจและคุณภาพสินทรัพย์ ส่วนกลุ่ม ICT และท่องเที่ยวเริ่มแกว่งตัวออกด้านข้างรอปัจจัยใหม่
หุ้นที่มีอิทธิพลต่อดัชนียังคงเป็น DELTA PTT PTTEP GULF CPALL และ ADVANC โดยฝั่งลบยังถูกกดจากกลุ่มพลังงานและอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่หุ้นสื่อสารและธนาคารบางตัวช่วยประคองดัชนีไม่ให้ปรับตัวลงแรงกว่านี้
ข้อมูลภายในตลาดยังสะท้อนแรงขายเด่นชัด Down Volume สูงกว่า Up Volume อย่างมาก และ Program Trading ยังคงมีสัดส่วนสูง โดยเน้นการขายในหุ้น SET100 ส่งผลให้แรงเหวี่ยงของตลาดเพิ่มขึ้นในทุกจังหวะอ่อนตัว
ตลาด Options ส่งสัญญาณระมัดระวัง Put/Call Ratio ปรับขึ้นเหนือระดับ 1 สะท้อนความต้องการป้องกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การกระจุกตัวของ Open Interest ใน Put Option บริเวณแนวรับสำคัญ บ่งชี้ว่าผู้ดูแลสภาพคล่องยังคงบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มข้น
ต่างประเทศยังเป็นแรงกดดันสำคัญ หลังหุ้นเทคโนโลยีโลกอย่าง NVIDIA และ TSMC ถูกขายทำกำไร ส่งผลลบต่อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทย เช่น DELTA HANA KCE และ CCET ขณะที่ตลาดจีนยังเผชิญแรงกดดันจากการบริโภคที่อ่อนแอ และความไม่แน่นอนด้านนโยบาย
ดัชนี Fear & Greed ของสหรัฐยังอยู่ในโซน Fear ประกอบกับ VIX ที่ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนภาวะ Risk-Off ของนักลงทุนทั่วโลกจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน
FedWatch Tool ยังให้น้ำหนักสูงต่อการคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ แม้ตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป แต่แรงกดดันจากเงินเฟ้อและราคาน้ำมันทำให้เฟดมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินแบบระมัดระวังต่อไป
มุมมอง REMORA
ภาพรวมเช้าวันนี้ยังเป็นเกมของวาฬและกองทุน หากต่างชาติเดินหน้าเปิด Short เพิ่ม มีโอกาสเห็นการทดสอบแนวรับสำคัญอีกครั้ง แต่หากแรงซื้อจากสถาบันและหุ้นขนาดใหญ่สามารถดูดซับแรงขายได้ ตลาดอาจเกิดแรงรีบาวด์ทางเทคนิคและนำไปสู่การบีบสถานะ Short ระยะสั้นได้เช่นกัน นักลงทุนควรติดตาม Fund Flow, Basis, Program Trading และการเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มพลังงานกับธนาคารอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ SET และ S50U26 ในช่วงเปิดตลาด
รายงานโดย REMORA นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (TFEX)
Phillip Research
PhillipCapital Thailand
efin Mobile
CME FedWatch Tool
CME Group
ข้อมูลตลาดสหรัฐและตลาดเอเชียล่าสุด
