แฉสิ้นไส้! ลดราคาน้ำมันภาคค่ำ แท้จริงแล้วคือเกมลวงโลก
กรุงเทพฯ — 7 เมษายน 2569 เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและนักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชำแหละนโยบายการลดราคาน้ำมันของรัฐบาลอย่างดุเดือดและตรงไปตรงมา หลังจากที่ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้เร่งลดราคาน้ำมัน และตระเตรียมประกาศลดราคาในวันรุ่งขึ้นทันที
นายกรณ์ฟาดแรงกลางโซเชียลระบุว่า การลดราคาในครั้งนี้ “ไม่ใช่” การปรับสูตรคำนวณราคาให้เกิดความยุติธรรมตามที่รัฐบาลเคยลั่นวาจาเอาไว้เป็นเดือน และ “ไม่ใช่” การลดภาระภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่คือ “ละครตบตาฉากใหญ่” ด้วยการควักเงินในอนาคตของประชาชนเองผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาใช้สร้างผลงานชิ้นโบว์แดงตบตาคนทั้งประเทศ!
“เป็นเพียงละครตบตา ‘ใช้เงินในอนาคตของประชาชนมาสร้างผลงาน’ เท่านั้น รัฐบาลต้องหยุดบริหารประเทศแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอด วันนี้ตัวเลขลดลงชั่วคราว แต่พรุ่งนี้ประชาชนต้องจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย”
เจาะไส้ในตัวเลขหนี้ท่วม ปล่อยดีเซล-เบนซินรับกรรม
จากมาตรการดังกล่าว นายกรณ์ได้กางตัวเลขประเด็นสำคัญแสดงให้เห็นขบวนการผลักภาระหนี้สินซ่อนรูป ดังนี้:
กลุ่มดีเซล: ต้องแบกรับการควักเงินกองทุนน้ำมันฯ ไปชดเชยเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยน้ำมันดีเซล B7 เพิ่มภาระชดเชยจาก 0.19 บาท เป็น 2.90 บาท และ B20 เพิ่มจาก 5.79 บาท เป็น 8.46 บาท
กลุ่มเบนซิน/แก๊สโซฮอล์: มีการปรับลดการเก็บเงินเข้ากองทุนลงอย่างน่าใจหาย เช่น แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ถูกปรับลดส่งเข้ากองทุนเหลือน้อยนิดเพียง 0.42 บาท จากเดิมที่ต้องเก็บถึง 2.49 บาท
ความละเลยและมักง่ายในการบริหารเช่นนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันสถานะของ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ต้องตกอยู่ในภาวะวิกฤตหนัก ติดลบสะสมทะลุเกินกว่า 57,000 ล้านบาทเข้าไปแล้ว! ซึ่งนี่คือคำตอบและเหตุผลหลักว่าทำไมในอดีตจนถึงปัจจุบัน เวลาที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกขาลง คนไทยถึงไม่มีโอกาสได้ใช้ของถูกในทันที เพราะรัฐบาลดันสร้างหนี้ปั่นผลงาน จนทำให้ประชาชนต้องส่งเงินไป “ใช้หนี้เก่า” ให้กองทุนฯ แบบไม่มีวันจบสิ้น
ย้อนรอยอดีต: บทเรียนราคาแพงจากนโยบายประชานิยมตรึงราคา
หากย้อนมองอดีตที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับวงจรอุบาทว์ทางการเมืองในลักษณะนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นโยบายตรึงราคาน้ำมันและพลังงานแบบชั่วคราวเพื่อเอาใจฐานเสียง มักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองโดยไม่ได้แก้ไขที่โครงสร้างราคาหรือค่าการกลั่นอย่างแท้จริง การกู้เงินและดึงเงินจากกองทุนน้ำมันฯ จนติดลบมหาศาลนับหมื่นนับแสนล้านบาทในอดีต ได้กลายเป็นระเบิดเวลาที่ย้อนกลับมาทำร้ายเงินในกระเป๋าของประชาชนในระยะยาวเสมอ ซึ่งการออกมาขย่มรัฐบาลของนายกรณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการติติงและเตือนสติอย่างรุนแรงว่า การบริหารแบบ “แก้ผ้าเอาหน้ารอด” ไปวันๆ มีแต่จะทำให้ประเทศชาติพังพินาศและทิ้งภาระหนี้สินกองโตไว้ให้ลูกหลานต้องชดใช้พร้อมดอกเบี้ยบานเบอะ!
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง:
เฟซบุ๊กส่วนตัว Korn Chatikavanij – กรณ์ จาติกวณิช (โพสต์ประจำวันที่ 7 เมษายน 2569)
#ราคาน้ำมัน #กองทุนน้ำมัน #กรณ์จาติกวณิช #แก้ผ้าเอาหน้ารอด #ละครตบตา #เศรษฐกิจไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์


