ข่าวประจำวัน » ช็อกวงการสาธารณสุข!! “หมอธีระวัฒน์” กาง 9 ความจริง เตือนระบบบัตรทองวิกฤต งบไม่พอ โรงพยาบาลยิ่งรักษายิ่งขาดทุน

ช็อกวงการสาธารณสุข!! “หมอธีระวัฒน์” กาง 9 ความจริง เตือนระบบบัตรทองวิกฤต งบไม่พอ โรงพยาบาลยิ่งรักษายิ่งขาดทุน

6 July 2026
39   0

ช็อกวงการสาธารณสุข!! “หมอธีระวัฒน์” กาง 9 ความจริง เตือนระบบบัตรทองวิกฤต งบไม่พอ โรงพยาบาลยิ่งรักษายิ่งขาดทุน

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น. ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” แสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์ระบบสาธารณสุขไทย โดยระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้อง “ยอมรับความจริง” ว่าระบบกำลังเผชิญวิกฤตเชิงโครงสร้าง แม้หลักการของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ “บัตรทอง” จะเป็นระบบที่ดีและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ระบุว่า จุดแข็งของระบบบัตรทอง คือทำให้ประชาชนกว่า 45-50 ล้านคน เข้าถึงการรักษาพยาบาล ลดความเหลื่อมล้ำ ลดการล้มละลายจากค่ารักษา และช่วยให้ผู้ป่วยโรคร้ายแรงได้รับการรักษาโดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ซึ่งได้รับการยอมรับจากองค์กรระหว่างประเทศว่าเป็นตัวอย่างของระบบ Universal Health Coverage (UHC) ในประเทศรายได้ปานกลาง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “หลักการของบัตรทอง” แต่เป็น กลไกการเงินและการบริหารจัดการ ที่ไม่สามารถรองรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากสังคมผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ยาและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีต้นทุนสูง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและสาธารณูปโภค ส่งผลให้โรงพยาบาลหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ อยู่ในภาวะ “ยิ่งรักษามาก ยิ่งขาดทุน”

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ยังเสนอ 9 แนวทางที่ควรยอมรับความจริงและเร่งปฏิรูป ได้แก่ การยอมรับว่าภาระโรคของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา การปรับระบบงบประมาณให้สอดคล้องต้นทุนจริง การพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยซับซ้อน การลดภาระงานเกินกำลังของบุคลากร การรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไม่ให้ลาออกจากระบบ การผลิตแพทย์และบุคลากรที่มีคุณภาพ การปรับระบบการศึกษาต่อเนื่อง (CME) ให้เหมาะสมกับสภาพการทำงานจริง การสร้างระบบป้องกันโรคตั้งแต่ระดับครอบครัวและโรงเรียน รวมถึงการแก้ปัญหาความแออัดและการส่งต่อผู้ป่วยที่สร้างภาระให้ประชาชน

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ยังสะท้อนว่า บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากต้องทำงานต่อเนื่องเกิน 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตรวจผู้ป่วยวันละนับร้อยราย ขณะที่แพทย์ไทยหลายแห่งมีเวลาตรวจผู้ป่วยเฉลี่ยเพียง 3 นาทีต่อราย ซึ่งแตกต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้วที่ใช้เวลาตรวจผู้ป่วยประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อความผิดพลาดและความเหนื่อยล้าสะสมเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังชี้ว่าการป้องกันโรคอย่างแท้จริงต้องเริ่มจากระบบการศึกษา การสร้างความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนตั้งแต่วัยเด็กและครอบครัว ซึ่งหากเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังในวันนี้ อาจต้องใช้เวลาอีก 15-20 ปี จึงจะเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของไทยเผชิญข้อถกเถียงเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ ภาระงานของบุคลากร และสถานะทางการเงินของโรงพยาบาลหลายแห่งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลายองค์กรวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้เสนอให้มีการปรับปรุงกลไกการบริหารและการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เพื่อรักษาคุณภาพการรักษาพยาบาลในระยะยาว

ตอนท้ายของข้อความ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ สรุปว่า

“วิกฤตเกิดขึ้นแล้ว รอเวลาล่มสลาย”

เป็นการสะท้อนความกังวลต่อทิศทางของระบบสาธารณสุขไทย หากไม่มีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังในอนาคต

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: โพสต์เฟซบุ๊ก ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 และข้อมูลเกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC)

#วิหคนิวส์ #บัตรทอง #ระบบสาธารณสุข #หมอธีระวัฒน์ #โรงพยาบาล #สาธารณสุขไทย #งบประมาณ #UniversalHealthCoverage #หลักประกันสุขภาพ #ข่าววันนี้