วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.30 น. สร้างความตกตะลึงให้แฟนคลับทั่วประเทศ หลัง อุดม แต้พานิช ประกาศกลับมาจัดเดี่ยวไมโครโฟนครั้งใหม่ DEAW 16 : NEVER GROW UP จำนวน 7 รอบการแสดง พร้อมเปิดใจแบบตรงไปตรงมาว่า โชว์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกลับคืนเวทีธรรมดา แต่เป็น “ไมค์ปลดหนี้”
ในการพูดคุยกับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา โน้สยอมรับว่า ขณะนี้กำลังเผชิญวิกฤตการเงินอย่างหนัก หลังถูก อดีตลูกน้องคนสนิทที่ไว้ใจที่สุด ขโมยบัตรเครดิต เอกสารสำคัญ และนำไปทำธุรกรรมทางการเงินจนสร้างความเสียหายมหาศาล
เงินจาก 46 รอบ…หายวับในพริบตา
ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยระบุว่า เงินที่โน้สสะสมมาจากการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนกว่า 46 รอบตลอดหลายปี ถูกโกงไปแทบทั้งหมด จนกระทบสภาพคล่องชีวิตอย่างรุนแรง
คดีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำคุกจำเลย 20 ปี โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว
แต่สิ่งที่สะเทือนใจยิ่งกว่าเรื่องเงิน คือความรู้สึกถูกหักหลังจากคนที่เคยรักและเชื่อใจที่สุด
โน้สยอมรับว่า เขาไม่เคยไปศาลเพื่อเผชิญหน้าจำเลยเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะ “ปวดใจเกินกว่าจะมองหน้า”
จากบ้านหลังใหญ่…ถึงขั้นต้องจำนอง
ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชีวิตของศิลปินผู้สร้างเสียงหัวเราะให้คนทั้งประเทศพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
โน้สเปิดเผยว่า บ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็นความภูมิใจ ต้องนำไปจำนอง เพื่อนำเงินมาหมุนใช้จ่ายและประคองธุรกิจ
หลายคนอาจเห็นเขายังยิ้ม ยังเล่นมุกได้ แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยภาระหนี้และแรงกดดันมหาศาล
เจ็บซ้ำ! โครงการพิพิธภัณฑ์ศิลปะสะดุด
สรยุทธ สุทัศนะจินดา ยังเล่าอีกว่า ก่อนเกิดวิกฤต โน้สเคยทุ่มเงินซื้อที่ดินริมน้ำย่าน บึงกุ่ม หวังสร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะในฝัน
แต่กลับเจอปัญหาทางกฎหมายด้าน ระยะถอยร่นอาคาร ทำให้พื้นที่ก่อสร้างเหลือแคบจนแทบใช้งานจริงไม่ได้
เจ้าตัวถึงกับหัวเราะทั้งน้ำตา พร้อมแซวตัวเองว่า
“ผมน่ะฉลาด…แต่เรื่องโง่ ๆ”
คำพูดสั้น ๆ แต่สะท้อนความเจ็บปวดของคนที่ผ่านทั้งความสำเร็จและความพังทลาย
เดี่ยว 16…อาจไม่ใช่แค่โชว์ตลก
หลายคนมองว่า DEAW 16 ครั้งนี้อาจเป็นโชว์ที่ลึกที่สุดของโน้ส เพราะเบื้องหลังเสียงหัวเราะ คือชีวิตจริงที่เต็มไปด้วยบาดแผล
จากศิลปินที่เคยขึ้นเวทีเพื่อสร้างเสียงหัวเราะ วันนี้เขากลับมาพร้อมภารกิจใหม่—
ขึ้นเวทีเพื่อกอบกู้ชีวิตตัวเองอีกครั้ง
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ไทยรัฐ / รายการข่าวของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา
