วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.58 น. คดีขโมยข้อสอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลัง กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) รับคำร้องทุกข์เพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด รวมถึงผู้ที่อาจได้รับประโยชน์โดยตรงจากขบวนการดังกล่าว
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการ สอท.1 เปิดเผยว่า การขยายผลครั้งนี้สืบเนื่องจากคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่มีคำสั่งลงโทษ นางขนิษฐา เลิศบรรเจิดวงศ์ หรือ “ดร.นิด” ในความผิดฐานร่วมกันนำเอกสารข้อสอบออกจากระบบสอบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง
หลังคำพิพากษาดังกล่าว พนักงานอัยการมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมในส่วนของบุคคลอื่นที่อาจร่วมกระทำความผิด ซึ่งอาจถูกแยกดำเนินคดีต่างหากจากคดีเดิม
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 พ.ต.ท.สมภพ บัวเทศ ผู้กล่าวหาในคดี ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมต่อ บก.สอท.1 เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการลักลอบนำข้อสอบออกไป
ประเด็นที่ถูกจับตาอย่างมากคือ กระแสข่าวว่าคดีนี้อาจโยงถึง “บิ๊กตำรวจ” ระดับสูง ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงทั้งทางตรงหรือทางอ้อมกับการนำข้อสอบออกจากระบบสอบ
แม้ตำรวจยังไม่เปิดเผยรายชื่อบุคคลที่ถูกพาดพิง แต่แหล่งข่าวระบุว่า พนักงานสอบสวนกำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางข้อมูลดิจิทัล การสื่อสาร และพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์อย่างละเอียด เพื่อสาวให้ถึงตัวผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ย้ำชัดว่า การดำเนินคดีครั้งนี้จะยึดหลักนิติรัฐและความเป็นธรรมอย่างเคร่งครัด ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีตำแหน่งหรืออิทธิพลเพียงใด
คดีนี้ถูกจับตามองอย่างมาก เพราะไม่ใช่เพียงเรื่องการขโมยข้อสอบ แต่ยังสะท้อนคำถามใหญ่ของสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใสในระบบคัดเลือกบุคลากรระดับสูง และความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม
หากพบว่ามีขบวนการช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์จริง อาจกลายเป็นคดีใหญ่สะเทือนวงการตำรวจและวงการการศึกษาในระยะต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ไทยโพสต์ / บก.สอท.1 / ศาลอาญากรุงเทพใต้
