วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 20.15 น.
มหากาพย์คดีดัง “เงิน 71 ล้านบาท” กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เปิดเกมรุกเต็มรูปแบบ หอบหลักฐานสำคัญเข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงกับ “นายปีเตอร์” และ “นางสาวมี่” ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญในคดีดังกล่าว หลังอ้างว่าตนเองถูกหลอกให้ร่วมลงทุนในเหรียญดิจิทัลจนสูญเงินรวมกว่า 1.5 ล้านบาท
ทนายตั้มเปิดเผยว่า หลักฐานที่นำมายื่นต่อพนักงานสอบสวนในครั้งนี้ ประกอบด้วยแชตข้อความลับ บันทึกการสนทนา และข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งเชื่อว่าสามารถชี้ให้เห็นพฤติการณ์การชักชวนลงทุนที่เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน โดยเจ้าตัวยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมายจนถึงที่สุด
นอกจากประเด็นการลงทุนคริปโตแล้ว ทนายตั้มยังกล่าวถึงกรณีที่ตนถูกฟ้องร้องในคดีหมิ่นประมาทเพิ่มเติม โดยอ้างถึงระเบียบและแนววินิจฉัยใหม่ของศาลฎีกา ที่เปิดช่องให้ศาลสามารถยกฟ้องคดีได้ หากเห็นว่าการฟ้องนั้นมีลักษณะเป็นการ “กลั่นแกล้ง” หรือใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อ “ปิดปาก” คู่กรณี
คำกล่าวดังกล่าวยิ่งทำให้คดีนี้ถูกจับตาอย่างหนัก เพราะอาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการตีความคดีฟ้องปิดปาก (SLAPP) ในสังคมไทย
ขณะเดียวกัน ทนายตั้มยังโต้กลับประเด็นร้อนเกี่ยวกับข้อกล่าวหา “ฮั้วประมูล AOT” หลังคู่กรณีบางฝ่ายโต้แย้งว่า หากไม่ได้รับงานจริง จะเรียกว่าเป็นการฮั้วประมูลได้อย่างไร
เจ้าตัวสวนกลับทันควันว่า หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เหตุใดจึงมีการเบิกความต่อศาลว่ามีรายได้จากโครงการของ AOT สูงถึง 60 ล้านบาท พร้อมระบุว่า ระหว่างการพิจารณาคดีในศาล ตนได้ร้องขอให้มีการบันทึกภาพวิดีโอคำเบิกความไว้เป็นหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อใช้ยืนยันข้อเท็จจริงในอนาคต
คดีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่กำลังลุกลามเป็นศึกกฎหมายหลายมิติ ทั้งคดีฉ้อโกง คดีหมิ่นประมาท และข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจที่สังคมยังรอคำตอบอย่างใกล้ชิด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข่าวจากการเปิดเผยของ ษิทรา เบี้ยบังเกิด และกระแสข่าวสื่อมวลชนไทย
แฮชแท็ก
ทนายตั้ม #ษิทราเบี้ยบังเกิด #คดี71ล้าน #เจ๊อ้อย #คริปโต #ฉ้อโกง #หมิ่นประมาท #AOT #วิหคนิวส์
