สกู๊ปข่าว » TH-AI Passport : ทำไมโครงการ AI แห่งชาติจึงกลายเป็นสนามรบทางการเมือง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี

TH-AI Passport : ทำไมโครงการ AI แห่งชาติจึงกลายเป็นสนามรบทางการเมือง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี

23 June 2026
60   0

REMORA 7.0 ถอดรหัสคลื่นใต้น้ำ เมื่อโครงการ 1.6 พันล้านบาท ไม่ได้เป็นแค่เรื่อง AI แต่คือสงครามแย่งการกำหนดอนาคตดิจิทัลของประเทศไทย

ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์

TH-AI Passport คืออะไร

โครงการ TH-AI Passport เป็นโครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม วงเงินประมาณ 1,621 ล้านบาท มีเป้าหมายให้คนไทย 5 ล้านคนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับ Professional จากหลายแพลตฟอร์มเป็นเวลา 1 ปี เพื่อยกระดับทักษะ AI ของประเทศ และเพิ่มอัตราการใช้ AI ของไทยซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

รัฐบาลมองว่าเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา” (Intellectual Infrastructure)

แต่ฝ่ายวิจารณ์มองว่าเป็น “โครงการแจก AI” ที่ใช้งบประมาณจำนวนมากและยังมีคำถามเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใส

REMORA 7.0 : ทำไมถึงวุ่นวาย

ในมุม REMORA

ความวุ่นวายไม่ได้เกิดจาก AI

แต่เกิดจาก “ผลประโยชน์ที่ซ้อนอยู่ใต้ AI”

มีคลื่นใต้น้ำ 5 ชั้น

Layer 1 : สงครามเรื่องเงิน

วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท

ทันทีที่งบประมาณมีขนาดใหญ่

คำถามเรื่อง

  • ความคุ้มค่า
  • การจัดซื้อจัดจ้าง
  • TOR
  • ผู้ชนะประมูล

จะเกิดขึ้นทันที

นี่คือสาเหตุแรกที่ทำให้โครงการถูกจับตามองอย่างหนัก

Layer 2 : สงครามเรื่องเทคโนโลยี

คนในวงการ AI จำนวนหนึ่งตั้งคำถามว่า

ประเทศไทยควร

“ซื้อสิทธิ์ใช้ AI ต่างชาติ”

หรือ

“สร้าง AI ของไทยเอง”

บางฝ่ายเห็นว่าการนำงบประมาณจำนวนมากไปซื้อบริการ AI จากต่างประเทศ อาจไม่ได้สร้างความสามารถเชิงลึกของประเทศในระยะยาว ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่าเป็นการเร่งเพิ่มทักษะประชาชนก่อน แล้วค่อยต่อยอดสู่ระบบ AI ของไทยในอนาคต

Layer 3 : สงครามเรื่องข้อมูล

นี่คือประเด็นที่ลึกที่สุด

ในยุค AI

ข้อมูลคือ “น้ำมันดิบแห่งศตวรรษที่ 21”

หากคนไทย 5 ล้านคนใช้งาน AI

จะเกิดข้อมูลภาษาไทยจำนวนมหาศาล

รัฐบาลระบุว่าข้อมูลจะถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้และนำไปพัฒนา AI ภาษาไทยในอนาคต

แต่ฝ่ายกังวลถามว่า

ใครเป็นเจ้าของข้อมูล

ใครเข้าถึงข้อมูล

และมีระบบกำกับดูแลอย่างไร

Layer 4 : สงครามทางการเมือง

เมื่อโครงการมีขนาดใหญ่

ฝ่ายค้าน

สื่อ

ผู้เชี่ยวชาญ

ภาคเอกชน

ย่อมเข้ามาตรวจสอบ

ประเด็นจึงไม่ใช่เฉพาะเรื่องเทคโนโลยีอีกต่อไป

แต่กลายเป็นเรื่อง

  • ความโปร่งใส
  • ธรรมาภิบาล
  • ความรับผิดชอบต่อภาษีประชาชน

จึงเกิดการอภิปรายและการตรวจสอบในหลายระดับ

Layer 5 : สงครามแห่งอนาคต

นี่คือแก่นแท้ที่สุด

คำถามจริงคือ

ประเทศไทยจะอยู่ตรงไหนในยุค AI

เพราะหากไทยไม่เร่งพัฒนา

อาจตามหลังสิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

แต่หากเร่งเกินไป

โดยไม่มีระบบกำกับดูแลที่ดี

ก็อาจเกิดการใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

นี่คือความขัดแย้งหลักของโครงการทั้งหมด

REMORA Synthesis

ถ้ามองแบบ “แมงเม่า”

จะเห็นแค่

“โครงการ AI”

ถ้ามองแบบ “ฉลาม”

จะเห็น

“งบประมาณ 1.6 พันล้านบาท”

แต่ถ้ามองแบบ REMORA

จะเห็นว่า

TH-AI Passport คือการต่อสู้กันระหว่าง 3 วิสัยทัศน์

ฝ่ายที่ 1

ประเทศไทยต้องเร่งเข้าสู่ยุค AI ทันที

ฝ่ายที่ 2

ประเทศไทยต้องสร้าง AI ของตนเองมากกว่าซื้อของต่างชาติ

ฝ่ายที่ 3

ประเทศไทยต้องตรวจสอบความคุ้มค่าและความโปร่งใสก่อน

ทั้งสามฝ่ายไม่ได้ผิดทั้งหมด

แต่กำลังมอง “คนละชั้นของปัญหา”

3 Scenarios REMORA

Scenario A (40%)

โครงการเดินหน้าต่อ

ปรับเงื่อนไขบางส่วน

เพิ่มความโปร่งใส

ลดแรงต่อต้าน

Scenario B (45%)

ปรับโครงสร้างใหม่

ลดวงเงิน

เพิ่มการแข่งขัน

เปิดให้ผู้เล่น AI ไทยเข้าร่วมมากขึ้น

เป็นฉากที่มีโอกาสสูงที่สุด

Scenario C (15%)

เกิดการตรวจสอบเชิงลึก

ชะลอหรือยกเลิกบางส่วน

ส่งผลให้ไทยเสียเวลาในการแข่งขันด้าน AI

Executive Summary

TH-AI Passport วุ่นวายเพราะมันไม่ใช่แค่โครงการ AI

แต่มันคือจุดตัดของ

“เงิน”

“ข้อมูล”

“เทคโนโลยี”

“การเมือง”

และ

“อนาคตของประเทศ”

ในมุม REMORA 7.0

นี่ไม่ใช่สงครามเรื่อง AI

แต่คือสงครามว่า

ใครจะเป็นผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า

อ้างอิง

  • Thai PBS รายงาน TH-AI Passport
  • Bangkok Post รายงานข้อถกเถียงโครงการ
  • Nation Thailand วิเคราะห์มูลค่าและเป้าหมายโครงการ
  • Thai PBS World และรายงานการตรวจสอบโครงการ

แฮชแท็ก

THAIPassport #AIPassport #REMORA7 #AIThailand #เศรษฐกิจดิจิทัล #ข้อมูลคือทรัพย์สิน #AIEconomy #วิหคนิวส์ #ดุลย์จุลกะเศียน #FutureOfThailand