เขากระโดง : เกมที่ดินหรือเกมอำนาจ? ถอดรหัสคดีผ่านเลนส์ REMORA
ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์
คดีเขากระโดงในจังหวัดบุรีรัมย์ หากมองเพียงผิวเผินอาจเป็นข้อพิพาทเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินระหว่างรัฐกับประชาชน แต่หากนำหลัก REMORA มาวิเคราะห์ จะพบว่าคดีนี้เป็น “เกมหลายชั้น” ที่มีทั้งมิติของกฎหมาย การเมือง ระบบราชการ เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นต่อสถาบันรัฐซ้อนทับกันอยู่
หลัก REMORA ไม่ได้ถามว่าใครถูกหรือใครผิด แต่ถามว่า “ใครได้อะไร ใครเสียอะไร และใครกำลังเปลี่ยนตำแหน่งบนกระดาน”
ชั้นที่ 1 เกมบนผิวน้ำ : ข้อพิพาททางกฎหมาย
ประเด็นหลักคือที่ดินบริเวณเขากระโดงเคยเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับแนวเขตรถไฟของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ขณะที่ประชาชนจำนวนมากถือครองและมีเอกสารสิทธิออกโดยหน่วยงานรัฐในเวลาต่อมา
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครถือโฉนด แต่คือรัฐหลายหน่วยงานในอดีตดำเนินการสอดคล้องกันหรือไม่
นี่คือจุดที่ REMORA เรียกว่า “Conflict of State”
เมื่อรัฐหน่วยหนึ่งออกเอกสารสิทธิ แต่รัฐอีกหน่วยหนึ่งยืนยันกรรมสิทธิ์เดิม ความขัดแย้งจึงไม่ได้เกิดระหว่างรัฐกับประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความขัดแย้งภายในระบบรัฐเอง
ชั้นที่ 2 เกมใต้น้ำ : ความน่าเชื่อถือของระบบ
ในมุม REMORA วาฬตัวจริงของคดีนี้ไม่ใช่เจ้าของที่ดินรายใด
แต่วาฬคือ “ความเชื่อมั่นต่อระบบกฎหมาย”
หากประชาชนได้รับเอกสารสิทธิจากรัฐอย่างถูกต้อง แต่ต่อมารัฐกลับบอกว่าเอกสารดังกล่าวอาจมีปัญหา คำถามจะขยายจากเขากระโดงไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ
ผลกระทบที่แท้จริงจึงไม่ใช่จำนวนไร่
แต่คือคำถามว่า
“ประชาชนสามารถเชื่อถือเอกสารที่รัฐออกให้ได้มากน้อยเพียงใด”
ชั้นที่ 3 เกมการเมือง
เมื่อคดีมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ที่มีความสำคัญทางการเมือง ย่อมทำให้ทุกการเคลื่อนไหวถูกตีความมากกว่าประเด็นกฎหมาย
ฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ
อีกฝ่ายมองว่าเป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
REMORA มองว่านี่คือ “Narrative War”
สงครามการสร้างเรื่องเล่า
เพราะในยุคปัจจุบัน ผู้ชนะไม่ได้มีเพียงคำพิพากษา แต่รวมถึงผู้ที่สามารถทำให้สังคมเชื่อในเหตุผลของตนได้มากกว่า
ระบบนิเวศของคดีเขากระโดง
วาฬ (Whales)
กลุ่มอำนาจรัฐ หน่วยงานเจ้าของที่ดิน หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีอิทธิพลทางนโยบาย
ฉลาม (Sharks)
นักการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ นักกฎหมาย และผู้เล่นที่พร้อมใช้โอกาสจากความขัดแย้ง
รีโมรา (Remora)
ประชาชนในพื้นที่ ผู้ถือครองที่ดิน ธุรกิจท้องถิ่น และผู้ลงทุนที่ต้องปรับตัวตามสถานการณ์
แพลงก์ตอน (Plankton)
ประชาชนทั่วไปที่รับข้อมูลผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย
3 Scenarios ตามหลัก REMORA
Scenario 1 : ประนีประนอมเชิงระบบ
หน่วยงานรัฐร่วมกันหาทางออกโดยคุ้มครองประชาชนที่ได้สิทธิโดยสุจริต
ผลลัพธ์คือความเสียหายทางสังคมต่ำสุด
ความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐฟื้นตัว
ความน่าจะเป็น : ปานกลาง
Scenario 2 : บังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ
รัฐเดินหน้าทวงคืนพื้นที่ตามแนวทางกฎหมายอย่างเข้มงวด
เกิดการฟ้องร้องและข้อพิพาทเพิ่มเติมจำนวนมาก
ผลกระทบทางสังคมและการเมืองเพิ่มขึ้น
ความน่าจะเป็น : ปานกลางถึงสูง
Scenario 3 : ยืดเยื้อระยะยาว
คดีดำเนินต่อผ่านหลายกระบวนการ
มีคำวินิจฉัยหลายชั้นจากหลายหน่วยงาน
ปัญหาไม่จบในระยะสั้น
กลายเป็นประเด็นทางการเมืองและกฎหมายที่ถูกหยิบกลับมาเป็นระยะ
ความน่าจะเป็น : สูง
บทสรุปแบบ REMORA
หากมองเพียงเรื่องโฉนด คดีเขากระโดงคือคดีที่ดิน
หากมองลึกลงไปอีกชั้น คดีเขากระโดงคือคดีความน่าเชื่อถือของรัฐ
หากมองลึกที่สุด คดีนี้คือบททดสอบว่าประเทศไทยจะจัดการความขัดแย้งระหว่าง “ความถูกต้องทางกฎหมาย” กับ “ความเป็นธรรมต่อประชาชน” อย่างไร
เพราะในเกมนี้ ผู้แพ้อาจไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
แต่อาจเป็นความเชื่อมั่นของทั้งระบบ หากสังคมไม่สามารถหาคำตอบที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์
18 มิถุนายน 2569
