ข่าวประจำวัน » เขากระโดง : เกมที่ดินหรือเกมอำนาจ? ถอดรหัสคดีผ่านเลนส์ REMORA

เขากระโดง : เกมที่ดินหรือเกมอำนาจ? ถอดรหัสคดีผ่านเลนส์ REMORA

18 June 2026
80   0

เขากระโดง : เกมที่ดินหรือเกมอำนาจ? ถอดรหัสคดีผ่านเลนส์ REMORA

ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์

คดีเขากระโดงในจังหวัดบุรีรัมย์ หากมองเพียงผิวเผินอาจเป็นข้อพิพาทเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินระหว่างรัฐกับประชาชน แต่หากนำหลัก REMORA มาวิเคราะห์ จะพบว่าคดีนี้เป็น “เกมหลายชั้น” ที่มีทั้งมิติของกฎหมาย การเมือง ระบบราชการ เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นต่อสถาบันรัฐซ้อนทับกันอยู่

หลัก REMORA ไม่ได้ถามว่าใครถูกหรือใครผิด แต่ถามว่า “ใครได้อะไร ใครเสียอะไร และใครกำลังเปลี่ยนตำแหน่งบนกระดาน”

ชั้นที่ 1 เกมบนผิวน้ำ : ข้อพิพาททางกฎหมาย

ประเด็นหลักคือที่ดินบริเวณเขากระโดงเคยเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับแนวเขตรถไฟของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ขณะที่ประชาชนจำนวนมากถือครองและมีเอกสารสิทธิออกโดยหน่วยงานรัฐในเวลาต่อมา

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครถือโฉนด แต่คือรัฐหลายหน่วยงานในอดีตดำเนินการสอดคล้องกันหรือไม่

นี่คือจุดที่ REMORA เรียกว่า “Conflict of State”

เมื่อรัฐหน่วยหนึ่งออกเอกสารสิทธิ แต่รัฐอีกหน่วยหนึ่งยืนยันกรรมสิทธิ์เดิม ความขัดแย้งจึงไม่ได้เกิดระหว่างรัฐกับประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความขัดแย้งภายในระบบรัฐเอง

ชั้นที่ 2 เกมใต้น้ำ : ความน่าเชื่อถือของระบบ

ในมุม REMORA วาฬตัวจริงของคดีนี้ไม่ใช่เจ้าของที่ดินรายใด

แต่วาฬคือ “ความเชื่อมั่นต่อระบบกฎหมาย”

หากประชาชนได้รับเอกสารสิทธิจากรัฐอย่างถูกต้อง แต่ต่อมารัฐกลับบอกว่าเอกสารดังกล่าวอาจมีปัญหา คำถามจะขยายจากเขากระโดงไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ

ผลกระทบที่แท้จริงจึงไม่ใช่จำนวนไร่

แต่คือคำถามว่า

“ประชาชนสามารถเชื่อถือเอกสารที่รัฐออกให้ได้มากน้อยเพียงใด”

ชั้นที่ 3 เกมการเมือง

เมื่อคดีมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ที่มีความสำคัญทางการเมือง ย่อมทำให้ทุกการเคลื่อนไหวถูกตีความมากกว่าประเด็นกฎหมาย

ฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ

อีกฝ่ายมองว่าเป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง

REMORA มองว่านี่คือ “Narrative War”

สงครามการสร้างเรื่องเล่า

เพราะในยุคปัจจุบัน ผู้ชนะไม่ได้มีเพียงคำพิพากษา แต่รวมถึงผู้ที่สามารถทำให้สังคมเชื่อในเหตุผลของตนได้มากกว่า

ระบบนิเวศของคดีเขากระโดง

วาฬ (Whales)
กลุ่มอำนาจรัฐ หน่วยงานเจ้าของที่ดิน หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีอิทธิพลทางนโยบาย

ฉลาม (Sharks)
นักการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ นักกฎหมาย และผู้เล่นที่พร้อมใช้โอกาสจากความขัดแย้ง

รีโมรา (Remora)
ประชาชนในพื้นที่ ผู้ถือครองที่ดิน ธุรกิจท้องถิ่น และผู้ลงทุนที่ต้องปรับตัวตามสถานการณ์

แพลงก์ตอน (Plankton)
ประชาชนทั่วไปที่รับข้อมูลผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย

3 Scenarios ตามหลัก REMORA

Scenario 1 : ประนีประนอมเชิงระบบ

หน่วยงานรัฐร่วมกันหาทางออกโดยคุ้มครองประชาชนที่ได้สิทธิโดยสุจริต

ผลลัพธ์คือความเสียหายทางสังคมต่ำสุด

ความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐฟื้นตัว

ความน่าจะเป็น : ปานกลาง

Scenario 2 : บังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ

รัฐเดินหน้าทวงคืนพื้นที่ตามแนวทางกฎหมายอย่างเข้มงวด

เกิดการฟ้องร้องและข้อพิพาทเพิ่มเติมจำนวนมาก

ผลกระทบทางสังคมและการเมืองเพิ่มขึ้น

ความน่าจะเป็น : ปานกลางถึงสูง

Scenario 3 : ยืดเยื้อระยะยาว

คดีดำเนินต่อผ่านหลายกระบวนการ

มีคำวินิจฉัยหลายชั้นจากหลายหน่วยงาน

ปัญหาไม่จบในระยะสั้น

กลายเป็นประเด็นทางการเมืองและกฎหมายที่ถูกหยิบกลับมาเป็นระยะ

ความน่าจะเป็น : สูง

บทสรุปแบบ REMORA

หากมองเพียงเรื่องโฉนด คดีเขากระโดงคือคดีที่ดิน

หากมองลึกลงไปอีกชั้น คดีเขากระโดงคือคดีความน่าเชื่อถือของรัฐ

หากมองลึกที่สุด คดีนี้คือบททดสอบว่าประเทศไทยจะจัดการความขัดแย้งระหว่าง “ความถูกต้องทางกฎหมาย” กับ “ความเป็นธรรมต่อประชาชน” อย่างไร

เพราะในเกมนี้ ผู้แพ้อาจไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แต่อาจเป็นความเชื่อมั่นของทั้งระบบ หากสังคมไม่สามารถหาคำตอบที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

ดุลย์ จุลกะเศียน
นักวิเคราะห์ สำนักข่าววิหคนิวส์
18 มิถุนายน 2569

#วิหคนิวส์ #REMORA #เขากระโดง #บุรีรัมย์ #การรถไฟแห่งประเทศไทย #วิเคราะห์การเมือง #วิเคราะห์เชิงระบบ #NarrativeWar #WhaleGame #ThailandPolitics