สำนักข่าววิหคนิวส์ – วันที่ 5 มิถุนายน 2569 วัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโส ระบุว่า นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญทางการเมือง เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านและสมาชิกรัฐสภาบางส่วนร่วมลงชื่อยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ตามกลไกที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้มีการพิจารณาส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา แต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เกี่ยวข้องกับมติยกคำร้องกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังมีข้อถกเถียงทางกฎหมายเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และมติของ ป.ป.ช. ที่ถูกมองว่ามีข้อพิจารณาแตกต่างกันในบางประเด็น ส่งผลให้ฝ่ายค้านเห็นว่าควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมผ่านกลไกตามรัฐธรรมนูญ
ผู้ยื่นคำร้องระบุว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่การใช้ดุลพินิจของ ป.ป.ช. ในการพิจารณาพยานหลักฐาน โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการเงิน การถือครองหุ้น และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ความสนใจของสังคมกำลังพุ่งไปที่บทบาทของประธานรัฐสภา ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาความถูกต้องของคำร้องและขั้นตอนตามกฎหมายก่อนดำเนินการในลำดับต่อไป โดยนักวิชาการและผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองต่างจับตาว่ากระบวนการดังกล่าวจะเดินหน้าไปในทิศทางใด
นักกฎหมายหลายฝ่ายมองว่า คดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นเฉพาะบุคคล แต่สะท้อนถึงการทำงานของกลไกตรวจสอบในระบอบประชาธิปไตย และเป็นบททดสอบสำคัญต่อหลักนิติธรรม ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นอมั่นของประชาชนต่อองค์กรอิสระของประเทศ
ทั้งนี้ กระบวนการทั้งหมดยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา และยังไม่มีคำวินิจฉัยหรือคำตัดสินว่ากรรมการ ป.ป.ช. รายใดกระทำผิดตามข้อกล่าวหา โดยทุกฝ่ายยังคงได้รับความคุ้มครองตามหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาถึงที่สุดจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง:
* คำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกรัฐสภา
* รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
* คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
* มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
* ความเห็นนักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ
