วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกเอกสารข่าวแจกกรณีมีมติชี้มูลความผิด นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 107,020,830 บาท
ป.ป.ช. ระบุว่า ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย และเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งรัฐมนตรี ระหว่างช่วงปี 2555-2556 ซึ่งนายบุญทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว
จากการไต่สวนพบว่า นายบุญทรงมีรายได้จากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งรวมเพียง 2,083,320 บาท ขณะที่คู่สมรสมีรายได้ค่าเช่าที่ดินปีละ 200,000 บาท และบุตรยังอยู่ระหว่างศึกษาเล่าเรียน แต่กลับมีธุรกรรมเงินฝากจำนวนมากไหลเข้าบัญชีธนาคารของนายบุญทรง คู่สมรส บุตร และบริษัทเอกชน 2 แห่ง ที่มีความเกี่ยวข้องกับครอบครัว โดยไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของเงินได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ป.ป.ช. ยังอ้างอิงคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อปี 2560 และ 2562 ที่วินิจฉัยว่า นายบุญทรงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จนสร้างความเสียหายต่อรัฐอย่างร้ายแรง
สำหรับทรัพย์สินที่ถูกชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติ ประกอบด้วย
- เงินฝากในบัญชีนายบุญทรง 300,000 บาท
- เงินฝากในบัญชีคู่สมรส 3.1 ล้านบาท
- เงินฝากในบัญชีบุตร 70.59 ล้านบาท
- เงินฝากในบัญชีบริษัทเอกชน 2 แห่ง รวมกว่า 33 ล้านบาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติส่งสำนวนพร้อมพยานหลักฐานให้อัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ขอให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ตามกฎหมาย ป.ป.ช. พ.ศ.2561
พร้อมระบุว่า หากไม่สามารถบังคับยึดทรัพย์สินดังกล่าวได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ยังสามารถดำเนินการบังคับคดีกับทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลา 10 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด
สำนักข่าววิหคนิวส์
