ย้อนรอย ป.ป.ช. รับไต่สวน “เศรษฐา-ครม.”รวมอนุทิน ปมโยกงบแจกเงินหมื่น เข้าข่ายผิด ม.157 จับตาเทียบเคียง พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติรับไต่สวนกรณีกล่าวหา เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีบางส่วน กรณีโยกงบประมาณจำนวน 35,000 ล้านบาท ไปใช้ในโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงิน 10,000 บาท” ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมอนุทิน ด้วย
รายงานระบุว่า ปมดังกล่าวเกิดจากการปรับลดงบประมาณของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 5 แห่ง ก่อนนำงบไปใช้ดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่ง ป.ป.ช. เห็นว่า อาจขัดต่อกฎหมายวินัยการเงินการคลังและหลักการใช้งบประมาณแผ่นดิน
ป.ป.ช. จึงมีมติให้ไต่สวนอดีตนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีที่ร่วมเห็นชอบมติ รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนงบประมาณดังกล่าว
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ทางการเมืองและกฎหมายเริ่มนำคดีนี้ไปเปรียบเทียบกับกรณีรัฐบาลปัจจุบันเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ
หลายฝ่ายมองว่า แม้ทั้งสองกรณีมีรายละเอียดแตกต่างกัน แต่มี “จุดร่วม” สำคัญ คือ การใช้อำนาจด้านการคลังในวงเงินมหาศาล และอาจถูกตรวจสอบภายหลังว่า เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือผิดวินัยการเงินการคลังหรือไม่
นักกฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่า หากในอนาคต ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่เข้าเงื่อนไข “กรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือมีการใช้งบผิดวัตถุประสงค์ อาจเปิดทางให้เกิดการร้องเรียนเอาผิดคณะรัฐมนตรีในลักษณะเดียวกับคดีแจกเงินหมื่นได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค พรรคประชาธิปัตย์ เคยออกมาเตือนว่า รัฐบาลไม่ควรนำความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นเหตุผลรองรับการกู้เงินนอกระบบงบประมาณ พร้อมย้ำว่า มาตรการช่วยเหลือประชาชนบางส่วนสามารถทำได้ผ่านงบประมาณปกติ
ด้านฝ่ายค้านและนักวิชาการบางส่วนยังเตรียมเดินหน้ารวบรวมรายชื่อ ส.ส. เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยมองว่าอาจเป็น “ความเสี่ยงทางการเมือง” ครั้งใหญ่ของรัฐบาลในอนาคต
นักวิเคราะห์มองว่า คดีแจกเงินหมื่นที่ ป.ป.ช. รับไต่สวนครั้งนี้ อาจกลายเป็น “บรรทัดฐาน” ในการตรวจสอบการใช้อำนาจด้านการคลังของฝ่ายบริหาร และทำให้ทุกโครงการใช้งบขนาดใหญ่ในอนาคต ถูกจับตาเข้มข้นมากขึ้น
สำนักข่าววิหคนิวส์
