ข่าวประจำวัน » ช็อกวงการ EV! BYD เปิดตัว “Song Ultra EV” ชาร์จ 5 นาที วิ่งไกล 710 กม. ราคาเริ่มแค่ 7 แสนกลาง ยอดจองทะลุ 6 หมื่นคัน

ช็อกวงการ EV! BYD เปิดตัว “Song Ultra EV” ชาร์จ 5 นาที วิ่งไกล 710 กม. ราคาเริ่มแค่ 7 แสนกลาง ยอดจองทะลุ 6 หมื่นคัน

10 May 2026
30   0

สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงานว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกกำลังสั่นสะเทือนอีกครั้ง หลัง BYD เปิดตัวรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด “BYD Song Ultra EV” ในประเทศจีน พร้อมสร้างปรากฏการณ์ยอดสั่งจองถล่มทลายกว่า 61,240 คัน ภายในเวลาเพียง 1 เดือนหลังเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

จุดที่ทำให้ตลาดรถยนต์แตกตื่น คือราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าคาดการณ์อย่างมาก โดยรุ่นเริ่มต้นมีราคาเพียง 151,900 หยวน หรือประมาณ 750,000 บาท ขณะที่รุ่นท็อปอยู่ที่ 179,900 หยวน หรือราว 890,000 บาท ถือเป็นระดับราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่อัดแน่นมาเต็มคัน

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ระบบ Flash Charging ซึ่งทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Blade Battery 2.0 รุ่นใหม่ล่าสุด สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 70% ได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที และหากชาร์จถึง 97% ใช้เวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น แม้ในสภาพอากาศหนาวจัดติดลบ 30 องศาเซลเซียส ก็ยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วภายในประมาณ 12 นาที

BYD Song Ultra EV มีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 68.4 kWh วิ่งได้สูงสุด 605 กิโลเมตร และ 82.7 kWh วิ่งได้ไกลถึง 710 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC ทำให้ความกังวลเรื่องระยะทางของรถ EV เริ่มลดลงอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ รถรุ่นดังกล่าวยังมาพร้อมระบบ DiSus-C ระบบควบคุมช่วงล่างอัจฉริยะ ที่สามารถปรับแรงดันโช้คอัพแบบ Real-time ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่

ในรุ่นท็อป ยังสามารถเลือกติดตั้งระบบ “God’s Eye B” ซึ่งใช้ LiDAR และเซนเซอร์รอบคันรวมถึง 27 จุด รองรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ Level 3 ทั้งบนทางหลวงและในเมือง รวมถึงระบบจอดรถอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง

ห้องโดยสารถูกออกแบบในสไตล์เรียบหรูทันสมัย มาพร้อมหน้าจอ Infotainment ขนาด 15.6 นิ้ว หน้าจอหลังพวงมาลัยขนาด 10.25 นิ้ว และจอ Head-up Display ขนาดใหญ่ถึง 26 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยววางด้านหลัง ให้กำลังสูงสุดถึง 362 แรงม้า

นักวิเคราะห์มองว่า การมาของ BYD Song Ultra EV อาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลก เพราะไม่เพียงแต่ทำให้รถ EV เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ยังทำให้ “เวลาในการชาร์จ” เข้าใกล้ความสะดวกแบบรถน้ำมันมากขึ้นทุกที จนหลายฝ่ายเชื่อว่า เกมการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว