นายวีระ สมความคิด โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
นายกฯอนุทิน ไปตกลงร่วมประชุม 3 ฝ่ายกับไอ้ฮุนมาเน็ตว่า “ไทยพร้อมทำงานร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานความเข้าใจที่ดี ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศและภูมิภาคโดยรวม”
ทั้งหมดนี้นายกฯอนุทิน ถามประชาชนไทยโดยส่วนใหญ่แล้วหรือยัง? ว่าคนไทยพร้อมจะยกโทษให้เขมรแล้วหรือยัง? กรณีที่กองทัพเขมรยิงจรวดเข้ามาฆ่าคนไทยจำนวนนับสิบชีวิตในเดือนกรกฎาคม 2568 และกรณีกองทัพเขมรเป็นฝ่ายก่อสงครามขึ้นมาก่อน จนทำให้ทหารไทยที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ต้องเสียชีวิตไปถึงเกือบ 40 นาย บาดเจ็บอีกหลายร้อยนาย
สรุป เขมรพวกมึงจะชดใช้ และรับผิดชอบในความสูญเสียและเสียหายต่อชีวิตของทหารและประชาชนไทยอย่างไร?
ที่สำคัญนายกฯอนุทิน พูดว่า “ถึงเวลาที่ทั้งสองประเทศต้องร่วมกันมองไปข้างหน้า และเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ ซึ่งต้องอาศัยความจริงใจ ความสุจริตใจ และความมุ่งมั่นร่วมกันในการก้าวข้ามความท้าทาย” นั้น หมายความว่า นายกฯอนุทินจะรีบเปิดด่านกับเขมรใช่หรือไม่? ทั้งๆที่เขมรมันยังไม่ได้แสดงความจริงใจ ความสุจริตใจ ให้ประชาชนไทยได้เห็นเลยแม้เพียงสักครั้ง ซึ่งความเป็นจริงที่ปรากฎตามสื่อมวลชนอยู่ทุกวัน จะมีแต่ข่าวทหารเขมรยังยั่วยุ ท้าทายกองทัพไทยอยู่ตลอดเวลา
ในกลางปีหน้าเขมรจะมีการเลือกตั้งใหญ่ ฮุนเซ็นมันต้องการคะแนนเสียง หากมันสามารถบีบบังคับให้ไทยยอมเปิดด่าน และบีบให้ไทยต้องยอมคืนแผ่นดินที่ทหารไทยไปยึดเอามาจากเขมร(แผ่นดินดังกล่าวทั้งหมดเป็นของไทย ที่ถูกเขมรมาบุกรุกแย่งยึดเอาไป) ในการรบทั้งสองครั้งในปี 2568 หากไทยพลาดพลั้งยอมทำตามที่เขมรมันต้องการ ฮุนเซ็นมันก็หวังจะได้กลับเข้ามามีอำนาจอีกต่อไป ซึ่งมันเชื่อว่าจะได้ชัยชนะในการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้าอย่างแน่นอน
ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจทั้งสองประเทศ ต่างได้รับผลประโยชน์โดยมิชอบทางการเมือง มันเป็นการแสดงละครใช่หรือไม่? ประชาชนทั้งสองประเทศล้วนเป็นเหยื่อ หรือถูกหลอกให้หลงเชื่อไปตามเกมของพวกมึง ใช่หรือไม่?
สำนักข่าววิหคนิวส์


























