Next news th – เปิดคำฟ้องคดี44 ก้าวไกล ป.ป.ช.ขอให้ ‘เท้ง-พวก’ หยุดปฏิบัติหน้าที่
“…การกระทำของผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่จึงเป็นการกระทำอันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่าง…”
จากกรณีปรากฏข่าว เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ศาลฎีกา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้นำสำนวนคดีกล่าวหาอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 44 ราย พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไปยื่นฟ้องคดีที่ศาลฎีกาเป็นทางการแล้ว
ป.ป.ช.ขนสำนวนคดี 44 สส.ก้าวไกล แก้ไขม.112 ยื่นฟ้องศาลฎีกา ล่าสุด ในช่วงเย็นวันที่ 9 เมษายน 2568 ศาลฎีกา ได้เผยแพร่ข่าว ระบุว่า วันนี้ (9เมษายน 2569) เวลา 10 นาฬิกา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เป็นคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1 1/2569 โดยกล่าวหา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับพวกรวม 44 คน ผู้คัดค้าน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่
ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่จึงย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกล ว่า ระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2566 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน ขณะที่ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสีดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยมีเจตนากระทำการโดยไม่สมควรที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและเกียรติยศของประมุขแห่งรัฐ ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. … (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ให้มีบทบัญญัติที่เป็นการลดทอนสถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้
แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอจะต้องอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมาย ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ทราบแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ยังคงยืนยันจะเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว
การกระทำของผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่จึงเป็นการกระทำอันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่าง
ขอให้ศาลฎีกาได้โปรดมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 หยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง จนกว่าจะมีคำพิพากษา ให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ ที่ 17 ที่ 19 ที่ 19 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัฏิบัติหน้าที่ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ และห้ามมิให้ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสีดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ มีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปีตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 235 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27
ศาลฎีกาจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ต่อไม่
Credit : next news th


