ไทยโพสต์ ระบุว่า
“สุรเดช” ฟันธงวิกฤตพลังงานประเทศ “พีระพันธุ์” ช่วยได้ แนะ นายกฯเชิญมาร่วมรัฐบาลคุมก.พลังงาน ชี้มีข้อมูลเชิงลึก จับไอ้โม่งได้ ชื่นชมเป็นคนทุ่มเท จริงจัง เชื่อแก้วิกฤตประเทศ สร้างความเชื่อมั่น ทำเศรษฐกิจดีขึ้นได้แน่นอน
29 มี.ค.2569 – นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตรองหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นวิกฤตของชาติและเป็นวิกฤตที่รุนแรง เพราะมีผลกระทบกับเรื่องเศรษฐกิจท่องเที่ยว การค้าขาย หลังจากขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท
ตนเองจึงคิดว่าขณะนี้มีคนเดียวที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตให้กับรัฐบาลได้เป็นรูปธรรม ซึ่งก็คือนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพราะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีความทุ่มเทที่จะแก้ปัญหา
“ดังนั้นถ้านายกรัฐมนตรี กล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี โดยเชิญนายพีระพันธุ์ มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องพลังงาน ที่เกิดวิกฤตน้ำมันในขณะนี้ ก็จะเป็นประโยชน์ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลและประเทศชาติดีขึ้น” นายสุรเดช ระบุ
นายสุรเดช กล่าวว่า ที่ผ่านมานายพีระพันธุ์ ทำไว้หลายเรื่อง มีทั้งออกกฏหมายและยกร่างกฎหมายอีกหลายฉบับ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้เชิญท่านมาเป็นรัฐมนตรีพลังงานและตอนนี้นายพีระพันธุ์ ก็ถือว่าเป็นอิสระอยู่ เนื่องจากได้ลาออกจากสส.ปาร์ตี้ลิสต์ แล้ว เพราะฉะนั้นก็น่าจะเข้ามาช่วยงานรัฐบาลได้ ไม่ต้องไปคำนึงว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลหรือคนละพรรคกัน ขอให้คิดว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน และเขามีประสบการณ์ เมื่อนายกรัฐมนตรีก็เชิญคนนอกมาเป็นรัฐมนตรีตั้งหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ หรือคุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ก็เป็นคนนอกทั้งนั้น แล้วทำไมจะเอานายพีระพันธุ์ เข้ามาอีกคนหนึ่งไม่ได้
“ส่วนตัวผมมองว่านายพีระพันธุ์ เป็นคนที่ทำงานเรื่องนี้มาตลอดและมีการตรวจสอบ มีข้อมูลเชิงลึก เป็นคนที่ทำอะไรจริงจังและทุ่มเท โดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน และเป็นคนที่รู้สร้อยสนกลในของกระทรวงพลังงานทั้งหมด ถ้าได้เข้ามานั่งอีกครั้งก็เชื่อว่าจะสามารถหาตัวไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันได้ และยิ่งหากมานั่งตำแหน่งเดิมคือรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็จะสามารถเรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาพูดคุยกันได้ว่าจะต้องทำอะไร หรือจะมีมาตรการอะไรออกมาเพื่อช่วยลดภาระให้ประชาชนในช่วงนี้บ้าง”นายสุรเดช ระบุ
นายสุรเดช กล่าวว่า เพราะเรื่องนี้ 2 กระทรวงคือกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ ต้องทำงานควบคู่กัน
ที่สำคัญตามกฎหมายแล้วกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจในการควบคุมราคาน้ำมันได้ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิง ถูกจัดเป็นสินค้าควบคุม ดังนั้นทั้ง 2 กระทรวง จึงถือว่ามีความสำคัญในการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานครั้งนี้ แต่ผมไม่รู้ว่านายกรัฐมนตรีจะกล้าตัดสินใจตรงนี้หรือไม่.
