หมอตุลย์ แกนนำเสื้อหลากสี ระบุว่า
ผมขอแสดงความไม่ไว้วางใจนายกฯอนุทิน ที่เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นนายกฯ แต่ดำรงตำแหน่งต่อเนื่อง ว่าตั้งแต่เกิดวิกฤตสู้รบสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่าน บริหารราชการแผ่นดินในภาวะวิกฤตผิดพลาด ปล่อยให้มีการกักตุนน้ำมัน นอกจากจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมรับว่ามีการกักตุนน้ำมัน ยังกล่าวโทษประชาชนว่าแตกตื่นไปเติมน้ำมัน และกักตุนจนน้ำมันหมดปั๊มเอง ประชาชนต้องเดือดร้อนรอคิวเติมน้ำมัน หลายคนตระเวณหาที่เติมไม่ได้ วิ่งจนน้ำมันหมด
ผมไม่ได้วิจารณ์หรือกล่าวหานายกฯแบบเลื่อนลอย ตามข้อมูลที่นายกฯพูดเอง ว่าโรงกลั่นไทยเดินเครื่องกลั่นน้ำมันสำเร็จรูปตามปกติ แต่ปั๊มต่างๆทั่วประเทศ ต่างให้ข้อมูลตรงกันว่า รถขนส่งน้ำมันมาส่งในปริมาณน้อยลงมาก จาก 10,000-12,000 ลิตรต่อวันต่อปั๊ม เหลือเพียงวันละ 3000-6000 ลิตร นั่นแสดงว่าตลอดเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนในวงการค้าน้ำมัน รับน้ำมันจากโรงกลั่นไป แต่เก็บไว้ในคลังของพวกเขา รอเวลาขายทำกำไรมหาศาล จากต้นทุนเก่า ขายได้เงินเพิ่มขึ้นลิตรละ 6 บาททันที (ถ้าเก็บไว้ 2 พันลิตร ได้กำไรทันที 12,000 ล้านบาท) ข้อพิสูจน์ที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เมื่อขึ้นราคาน้ำมันในรุ่งสางวันที่ 26 มีนาคม 2569 แทบทุกปั๊มทั่วประเทศไทย มีน้ำมันขาย คิวรอเติมน้ำมันหายไป ป้ายน้ำมันหมดหายไปจากหัวจ่าย ทั้งๆที่ตลอดวันที่ 25 มีนาคม 2569 จนถึงหลังเวลาที่กบน.ประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ก่อนจะขึ้นราคาจริง มีคนขับรถไปต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด จนดึกดื่น แต่พอขายราคาที่ขึ้น มีน้ำมันขายทันที นี่คือหลักฐานยืนยันว่ามีการกักตุนน้ำมัน รอทำกำไรตอนที่รัฐบาลให้กบน.ประกาศขึ้นราคา ผมจึงถือว่านายกฯอนุทินละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่สั่งการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันค้นหาและตรวจสอบปริมาณสต็อกน้ำมันก่อนจะขึ้นราคามากถึง 6 บาทต่อลิตร ซึ่งในอดีตก่อนจะขึ้นราคาน้ำมัน ต้องมีกระบวนการตรวจสอบปรมาณน้ำมันคงเหลือก่อนเสมอ
และหลักฐานโดยอ้อมว่าน้ำมันมีพอ คือไทยยังมีน้ำมันสำเร็จรูป ส่งออกไปลาวได้ อ้างว่ามีสัญญากันอยู่ อละไทยพึ่งไฟฟ้าจากลาว
นอกจากนี้ ตลอดวันที่ 25 มีนาคม 69 สภาผู้แทนราษฎรมีการอภิปรายปัญหาวิกฤตน้ำมัน สส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน นายกฯ และรัฐมนตรีพลังงาน ไม่สนใจเดินทางมารับฟังและชี้แจงใดๆ (อาจฟังทางสื่อต่างๆ) ทั้งๆที่ในสภามีการเสนอข้อมูลและแนวทางการแก้ปัญหาที่ดี น่ารับฟัง โดยเฉพาะการตรวจสอบว่ามีการกักตุนน้ำมันจริงหรือไม่ และการใช้มาตรการอื่นนอกจากกองทุนน้ำมัน เช่นการลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต
ในทางตรงข้าม เมื่อจบการประชุมสภา รมว.พลังงานในฐานะประธาน กบน. กลับจัดประชุม ในเวลากลางคืนของวันที่ 25 มี.ค. เวลา 19-20 น. และมีมติขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดลิตรละ 6 บาท ประกาศเวลา 22.00 น. ให้ขายราคาใหม่ในเวลา 5.00 น.
ภายหลังการประชุม ก่อนออกประกาศ รมว.พลังงานต้องรายงานผลการประชุม ให้นายกฯอนุทินทราบอยู่แล้ว นายกฯควรใช้อำนาจสั่งการให้ชะลอเวลาการประกาศขึ้นราคา และประชุมครม.ด่วนฉุกเฉิน เช้าวันที่ 26 มี.ค. 69 หามาตรการที่จะประวิงเวลา และมาตรการต่างๆที่จะขึ้นราคาน้ำมันให้น้อยกว่าที่กบน.มีมติ (เช่นลดภาษีสรรพสามิต) และทะยอยขึ้นเป็นขั้นบันได อย่างนายกฯเคยประกาศไว้ก่อนหน้า และผลจากการที่นายกฯปล่อยให้มีการขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียวแบบนี้ ราคาขนส่ง สินค้าแพงก็จะตามมาอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผมจึงขอแสดงความไม่ไว้วางใจนายกฯอนุทิน ในการบริหารราชการแผ่นดิน มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส
ผมจะไปยื่นหนังสือร้องเรียน และอภิปรายต่อว่านายกฯอนุทินในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล
ตุลย์ สิทธิสมวงศ์
หมายเหตุ ขอแสดงความชื่นชม รมว.สีหศักดิ์ และรมว. ศุภจี ที่ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ สามารถเจรจากับประเทศอิหร่านจนได้รับอนุญาตให้เรือน้ำมันของ บางจากและ SCG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้สำเร็จ
