ข่าวประจำวัน » บ๊ะ DSI ไม่รับ !! ยึดถนนเป็นรันเวย์ส่วนตัวของนายใหญ่ เป็นคดีพิเศษอีกแล้ว

บ๊ะ DSI ไม่รับ !! ยึดถนนเป็นรันเวย์ส่วนตัวของนายใหญ่ เป็นคดีพิเศษอีกแล้ว

17 March 2026
36   0

ข่าวสด ออนไลน์ ระบุว่า
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 จากกรณีเมื่อปี 2568 ได้มีชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รวมถึงนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกับบุคคลและนิติบุคคล จากการสร้างสนามบินทับถนนนิคม บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 12 ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา..
ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ตามมาตรา 15 จำนวนเนื้อที่ 0-2-94 ตารางวา โดยทั้งหมดต่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน ณ สนามบินขนงพระ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511, พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497, พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นการทับถนนสาธารณะนิคมสร้างตนเองลำตะคองโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายที่ดิน รวมถึง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกันทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ก็ได้รับข้อมูลและพยานหลักฐานจากผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ อาทิ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ และ ดร.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท ที่ได้ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทางสาธารณประโยชน์ในพื้นที่สนามบินส่วนบุคคล ในบริเวณพื้นที่ ต.ขนงพระ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ

โดยปรากฏภาพข่าวว่าถนนสาธารณะดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นการใช้ถนนสาธารณะ เพื่อเป็นทางวิ่งอากาศยานส่วนบุคคลยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้สัญจรร่วมกันมาเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดความเดือนร้อนและความไม่ปลอดภัยต่อคนในพื้นที่ ดีเอสไอจึงได้ตั้งเรื่องตรวจสอบ ก่อนพิจารณารายละเอียดเนื้อหาเพื่อเสนอขอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รับไว้ดำเนินการเป็นคดีพิเศษ

ความคืบหน้ามีรายงานภายในสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งว่า คดีการสอบสวนการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ ของพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ที่ได้รับการร้องทุกข์กล่าวโทษจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ล่าสุดพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ได้สอบปากคำผู้เสียหาย รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนพร้อมความเห็นทางคดีส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา

ในข้อกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พร้อมระบุรายละเอียดพฤติการณ์และข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่รัฐ นิติบุคคล และบุคคลธรรมดาที่เข้าไปเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ต.ขนงพระ ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง กรณีปล่อยปละละเลยให้มีการสร้างสนามบินทับถนนนิคม บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 12 คือ นิคมสร้างตนเองลำตะคอง และนอกจากนี้ ยังมีนิติบุคคล บุคคลธรรมดาที่เข้าไปมีพฤติการณ์เกี่ยวข้อง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานความคืบหน้าการสืบสวนคดีดังกล่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากแหล่งข่าวในสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งว่า นอกจากคดีการสอบสวนของพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ที่ส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนแล้วนั้น ในคดีการสืบสวนการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ ที่ดีเอสไอได้ทำการสืบสวน ก็ได้มีการสรุปสำนวนสืบสวนส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงเเล้วเช่นกันเมื่อเดือน ธ.ค. 68

เนื่องจากเรื่องร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว เป็นการสืบสวนสอบสวนในเรื่องเดียวกัน ประเด็นเดียวกันกับทางพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวมายังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อรวมเรื่องดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเรื่องสืบสวนที่ 108/2568 กรณี ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ ดำเนินการสืบสวนโดยกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากดีเอสไอได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ และ ดร.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท หรือเจ๊แมว ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ

โดยปรากฏภาพข่าวว่าถนนสาธารณะดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นการใช้ถนนสาธารณะ เพื่อเป็นทางวิ่งอากาศยานส่วนบุคคล ยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้สัญจรร่วมกันมาเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดความเดือนร้อนและความไม่ปลอดภัยต่อคนในพื้นที่

ต่อมาคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอจึงได้ลงพื้นที่จริงร่วมกับเจ้าหน้าที่ อบต.ขนงพระ เพื่อรับฟังและรวบรวมข้อมูล โดยเฉพาะการตรวจสอบเบื้องต้นในส่วนของถนนสาธารณะประโยชน์ หรือเส้นทางธารณะประโยชน์ และจุดสิ้นสุดของเส้นทางสาธารณะฯ ที่พบว่าด้านหลังสุดมีสนามหญ้าที่ถูกใช้เป็นสนามกอล์ฟไปเเล้ว

ทั้งที่ข้อเท็จจริงบริเวณดังกล่าวคือทางสาธารณะที่ชาวบ้านสัญจรได้ นอกจากนี้ พนักงานสืบสวนดีเอสไอยังเคยประสานข้อมูลเอกสารจาก 5 หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1.อบต.ขนงพระ 2.กรมที่ดิน 3.นิคมสร้างตนเองลำตะคอง 4.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย 5.สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำเข้าสู่สำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง ก่อนเตรียมประมวลเรื่องและพยานหลักฐานทั้งหมดเสนอขออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ

แต่ปรากฏว่าในทางการสืบสวนยาวนานกว่า 5 เดือน (นับแต่วันที่ 17 ก.ค. 68) ทางดีเอสไอได้ยุติเรื่องสืบสวนส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริง เพื่อให้สำนวนการสืบสวนของดีเอสไอส่งคู่ไปพร้อมกับสำนวนของตำรวจ สภ.ปากช่อง โดยที่ท้ายสุดดีเอสไอ ไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษแต่อย่างใด…