ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง โพสต์ระบุว่า
⚫️ทั้งๆที่เคยต่อต้านระบอบทักษิณ หลายคนกลัวพรรคสีส้ม และลืมเหตุการณ์ในอดีต เลยเทคะแนนเสียงให้สีน้ำเงิน
ถ้าได้ฉุกคิด แล้วจะเศร้าใจ ;
📌ปี 2544 ทักษิณเข้าสู่อำนาจจากสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีควบรวมกลุ่มอิทธิพลบ้านใหญ่ และการเมืองอื่นก่อนการเลือกตั้ง ทำให้ไทยรักไทยได้เสียงข้างมาก จัดตั้งรัฐบาล
📌 ขณะนั้น วุฒิสภายังเป็นอิสระ ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกสภาวุฒิสภาจากการเลือกตั้ง พบระบอบทักษิณ ใช้วิธีแทรกแซงเอื้อประโยชน์ทางตรงและทางอ้อม จ่ายเงินส.ว. เป็นรายเดือนและจ่ายรายครั้งที่ลงมติ จนครอบครองวุฒิสภาเสียงข้างมากได้
📌หลังจากนั้นจึงเข้ายึดครององค์กรอิสระ ผ่านการเลือกสรรค์ของวุฒิสภา สำนวน กกต.ก็เป็นของเรา ปปช.ก็เป็นของเรา ตุลาการรัฐธรรมนูญก็เป็นของเรา จึงเกิดขึ้น
📌 ฝ่ายค้านในสมัยนั้นทำงานยากลำบาก เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 สร้างระบบให้ฝ่ายค้านอ่อนแอ จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องมีเสียงจำนวนมาก กว่าปกติ
📌 นอกจากควบคุมสื่อของรัฐ ใช้โฆษณาสปอนเซอร์ควบคุมหนังสือพิมพ์และทีวี  และถึงกับแทรกซื้อเป็นเจ้าของทีวีเอง 

⚫️หมดหนทางต่อสู้ในรัฐสภา ผมจึงได้ทำหนังสือ“รู้ทันทักษิณ” เพราะเมื่อใดอำนาจเบ็ดเสร็จ ตกอยู่ในมือของกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ก็จะมีการฉ้อฉล ทุจริตโดยนโยบาย หาผลประโยชน์ทางธุรกิจ
📌และเพราะเศรษฐกิจคือเนื้อหนังของการเมือง การเปิดเผยผลประโยชน์ ของระบอบทักษิณ ในชุดหนังสือ“รู้ทันทักษิณ“ จึงทำให้คนเข้าใจการผูกขาดทางการเมืองได้ดีขึ้น ถึงกับต้องลุกขึ้นล้มระบอบทักษิณ 
ตอนนั้น แกนนำทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังของพรรคภูมิใจไทยในปัจจุบัน ทั้งตัวเองและพ่อ ก็อยู่ในพรรคไทยรักไทย
♠️แต่ สถานการณ์การเมือง ขณะนี้รวดเร็วเบ็ดเสร็จยิ่งกว่า ใช้โมเดลเดียวกัน ควบรวมพรรครวบรวมบ้านใหญ่ หัวหน้ามุ้งเข้าพรรค ขณะที่ได้ครอบงำครอบครองวุฒิสภา จากการฮั้วส.ว. ที่แยบยลก่อนหน้า และ ดำเนินการเปลี่ยนแปลงจัดตั้ง องค์กรอิสระทั้งหลายแล้ว
🔔ใครจะคิดอ่านป้องกันอย่างไร ?ได้บ้าง
อย่าได้วางใจ ครูใหญ่บุรีรัมย์และพรรคพวก ที่ได้ฐานความคิด ประสบการณ์ และบทเรียนจากระบอบทักษิณ


