ซุนยัดเซ็น บิดาแห่งสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยของจีน
ซุนยัดเซ็น บิดาแห่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยของจีน มีรอยด่างเรื่องหนึ่งที่คนไม่ใครคอยากพูดถึงมากนัก แม้แต่คนของพรรคก๊กมินตั๋งในยุคนั้นก็ไม่ค่อยพอใจ คือเรื่องผู้หญิง ทั้งการที่เขาหย่าหลูมู่เจินภรรยาหลวงที่ดูแลครอบครัวของซุนยัดเซ็นมานานหลายปีเพื่อเปิดทางให้เขาไปแต่งงานกับนางซ่งชิ่งหลิงที่อายุน้อยกว่าสองเท่า อีกเรื่องหนึ่งที่มาถูกเปิดเผยภายหลังคือเรื่องที่ซุนยัดเซ็นเคยสู่ขอลูกสาวเพื่อนชาวญี่ปุ่นมาเป็นอนุภรรยา ทั้งที่ตอนนั้นเธอเพิ่งอายุเพียง 13 ปีเท่านั้น
.
สำหรับ โอตสึกิ คาโอรุ ตามประวัติที่มีการเปิดเผยออกมาในยุคหลัง เธอได้พบกับซุนยัดเซ็นเป็นครั้งแรกตอนที่เธออายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น แต่ซุนกลับสนใจเธอมาก เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นของซุนยัดเซ็น หลังจากเจอกันไม่นาน ซุนยัดเซ็นก็ทำการสู่ขอเธอให้มาเป็นอนุภรรยา ซึ่งในเวลานั้นนั้นซุนเองก็ยังมี นางหลูมู่เจิน เป็นภรรยาหลวงอยู่ที่จีนอยู่แล้ว แต่เขาไม่สามารถกลับจีนได้อย่างปลอดภัยในเวลานั้น ดังนั้นจึงมีอนุภรรยาคนอื่นในระหว่างทำงานการเมืองและงานปฏิวัติโดยขอระดมทุนจากฮ่องกงและญี่ปุ่น
.
ซุนยัดเซ็นพยายามสู่ขอนาง แต่บิดาของเธอเห็นว่าเธอยังเด็กไป จึงยืนกรานปฏิเสธ ระหว่างนั้นซุนได้กลับมาสู่ขออีกหลายครั้ง
.
เวลานั้นซุนยัดเซ็นอายุราว 37 ปี ในช่วงนั้นเขาต้องเดินทางไปมาเพื่อหาทางระดมทุนจากต่างแดนไปให้กองทัพปฏิวัติที่จีน เมื่อเขากลับไปญี่ปุ่นอีกครั้ง ก็กลับไปสู่ขอคาโอรึจากบิดาอีกครั้ง ตอนนั้นเธออายุราว 14-15 ปีแล้ว เนื่องจากถึงวัยที่พอจะออกเรือนได้ บิดานางจึงยอมยกให้แต่งงานกับซุนยัดเซ็นจนได้
.
แต่เมื่อการปฏิวัติในจีนมาถึงจุดตัดสินในปีซินไฮ่ ซุนยัดเซ็นก็เดินทางกลับจีนเพื่อไปควบคุมสถานการณ์ที่ฝ่ายปฏิวัติเริ่มได้เป็นฝ่ายชนะ เวลานั้นคาโอรุเริ่มตั้งครรภ์ลูกสาวให้ซุนแล้ว บิดาของเธอเห็นว่าซุนคงไม่กลับมาญี่ปุ่นอีก ซึ่งจะทำให้ลูกสาวของเขาเป็นหม้ายตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นเขาจึงให้เธอไปแต่งงานใหม่กับ ชูจิ มิวะ น้องชายเจ้าของธนาคารแห่งหนึ่ง แต่ภายหลังทั้งคู่ก็หย่ากันโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แล้วเธอก็ได้แต่งงานใหม่อีกครั้งกับนักบวชของศาลเจ้าซาเนกาตะ และมีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน
.
ส่วนลูกสาวคนโตของคาโอรุกับซุนยัดเซ็นที่เธอได้คลอดออกมาตอนที่เธออายุราว 15 ปี ได้ถูกตั้งชื่อว่า ฟูมิโกะ แต่เวลานั้นเพราะปัญหาด้านการเงินและปัญหาด้านอื่นๆ (ไม่แน่ใจว่าปัญหาด้านการเงินจริงไหม เพราะครอบครัวนางก็พอมีฐานะ) ทำให้คาโอรุจำต้องส่งฟูมิโกะไปให้ครอบครัวมิยางาวะเลี้ยงดู เธอต้องแยกจากลูกสาวไปนานหลายปี แต่สุดท้ายก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง หลัง 40 ปีผ่านไป
.
สุดท้าย คาโอรุก็ยังคงใช้ชีวิตในญี่ปุ่น แล้วเสียชีวิตในปี ค.ศ.1970 รวมอายุราว 82 ปี
.
จากนั้นในปี ค.ศ. 2011 ปรากฏว่าทั้งรัฐบาลจีนและรัฐบาลไต้หวัน ต่างให้การยอมรับหลานสาวของฟูมิโกะในฐานะเป็นสายเลือดของซุนยัตเซ็น ดังนั้นรัฐบาลจีนจึงได้มีคำเชิญให้เธอมาเยือนจีน ณ เมืองอู่ฮั่น เพื่อให้เธอได้เข้าร่วมงานฉลองครบรอบการปฏิวัติซินไฮ่ครบ 100 ปี เชื่อว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้ชื่อของคาโอรุเริ่มกลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังจากที่เรื่องของเธอแทบจะถูกลืมไปนานมาก
.
อันที่จริงแล้ว ซุนยัดเซ็นยังมีเรื่องราวในเชิงชู้สาวกับผู้หญิงอีกหลายคน แต่ที่มีความชัดเจนเป็นตัวเป็นตนในฐานะอนุภรรยายังมีอีก 2 คน คือ ฮารุ อาซาดะ และ เฉิน ชุ่ยเฟิน รายแรกนั้นเป็นอนุภรรยาชาวญี่ปุ่นคนแรกของซุนยัดเซ้น ส่วนอีกคนเป็นสาวชาวจีนที่ร่วมงานปฏิวัติกับซุนยัดเซ็นที่ฮ่องกงและมีหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัวด้วย ซึ่งซุนยัดเซ็นมีสัมพันธ์กับพวกเธอก่อนจะไปสู่ขอและแต่งงานกับหญิงสาวคราวลูกแบบซ่งชิ่งหลิน
.
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเรื่องพวกนี้กลับไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก อาจเพราะหลายฝ่ายเกรงจะเสียภาพลักษณ์ของซุนยัดเซ็น
.
อีกทั้งกรณีของซุนยัดเซ็น เรื่องที่เขาโดนตำหนิในภายหลังไม่ใช่เพราะเรื่องมีอนุภรรยาหลายคน แต่ที่โดนตำหนิเพราะเจ้าตัวตอนนั้นอายุมาก แถมสถานการณ์ของตนก็ไม่ชัดเจน เขาควรรู้อยู่แล้วว่าอาจไม่ได้อยู่ญี่ปุ่นตลอดไป แต่กลับไปขอลูกสาวเพื่อนที่ยังเด็กมากมาเป็นภรรยา ซึ่งสุดท้ายเขาก็ต้องทิ้งเธออยู่ดี
.
ดร.ซุนยัดเซ็น ในมุมหนึ่ง เขาคือรัฐบุรุษของประเทศจีนยุคใหม่ ผู้ถือคบเพลิงนำหน้าขบวนการ ประชาธิปไตยจีนไปโค่นล้ม ระบบศักดินาจีนที่สืบทอดกันมากกว่า 5000 ปี ได้สำเร็จ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขาก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่มีความต้องการ เหมือนมนุษย์ปุถุชนทั่วไปในโลก เราสามารถมองเขาได้จากหลายมุมมอง สุดแต่จะมองเขาจากมุมไหน และมองเห็นคุณค่าของเขาอย่างไร
จีน #ประวัติศาสตร์จึน #ซุนยัดเซ็น
