ข่าวประจำวัน » ศาลฎีกาไม่ให้ประกัน !! ไผ่-ครูใหญ่ แกนนำ 3 นิ้ว เจอคุก 2-3 ปี ใส่ร้ายในหลวง

ศาลฎีกาไม่ให้ประกัน !! ไผ่-ครูใหญ่ แกนนำ 3 นิ้ว เจอคุก 2-3 ปี ใส่ร้ายในหลวง

29 January 2026
29   0

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 ที่ศาลจังหวัดภูเขียว ทนายความและ “พริ้ม บุญภัทรรักษา” แม่ของ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัว “ไผ่” และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ สองผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 และมาตรา 116 จากกรณีปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564

ทั้งสองคนถูกคุมขังในชั้นฎีกาตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 2568 หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืนตามศาลจังหวัดภูเขียวว่า ทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 112 โดยให้จำคุกไผ่ 2 ปี 12 เดือน และจำคุกครูใหญ่ 2 ปี ส่วนข้อหาตามมาตรา 116, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลพิพากษายกฟ้อง อย่างไรก็ตาม ต่อมาศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ทั้งสองประกันตัวในชั้นฎีกา

การยื่นคำร้องขอประกันตัวในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้ว นับตั้งแต่ถูกคุมขังมากว่า 4 เดือน ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2568 พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอประกันตัว แต่ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง โดยเห็นว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

ขณะที่คำร้องขอประกันตัวครั้งนี้ ระบุขอให้ศาลพิจารณากำหนดเงื่อนไขประกันตัวหากเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี เพื่อให้จำเลยทั้งสองปฏิบัติตาม ได้แก่ ให้มาศาลตามกำหนดนัด, ห้ามเดินทางออกนอกประเทศหรือออกนอกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง, ห้ามออกจากที่อยู่อาศัย, การเปลี่ยนหรือย้ายที่อยู่อาศัยต้องแจ้งให้ศาลทราบ, ห้ามเข้าไปในสถานที่บางแห่ง, ให้รายงานตัวต่อผู้กำกับดูแลเจ้าพนักงานหรือบุคคลที่ศาลกำหนด

ทั้งนี้ยังขอวางหลักประกันจำเลยทั้งสองคนละ 500,000 บาท พร้อมยินยอมหากศาลมีคำสั่งให้สวมใส่กำไลติดตามตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EM) เพื่อเป็นหลักประกันที่น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองหากได้รับการประกันตัวในชั้นฎีกาจะไม่หลบหนี

คำร้องยังอ้างถึงมาตรา 29 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยทั้งสองไม่มีความผิด ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนว่ากระทำความผิดไม่ได้ ให้ศาลพิจารณาการคุ้มครองสิทธิ์ผู้ต้องหาและจำเลยทั้งสองในคดีอาญาที่ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างเป็นธรรมและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และให้ศาลพิจารณาเปลี่ยนแปลงคำสั่งในการให้ประกันตัวแก่จำเลยทั้งสองในชั้นฎีกา เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและเป็นธรรม

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ศาลจังหวัดภูเขียวมีคำสั่งส่งคำร้องขอประกันตัวให้ศาลฎีกาพิจารณา

ต่อมาในวันที่ 28 ม.ค. 2569 เวลา 16.45 น. ศาลฎีกามีคำสั่งระบุ “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องประกอบของจำเลยที่ 1 และ ที่ 2 แล้ว ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง” เป็นผลให้ทั้งไผ่และครูใหญ่ต้องถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป

เมื่อย้อนไป 5 ปีที่แล้ว คดีนี้เกิดจากการชุมนุมของกลุ่ม “ราษฎร” เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 หน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เพื่อเรียกร้องให้ตำรวจขอโทษนักเรียนที่ถูกคุกคามหลังลงชื่อเข้าร่วมค่าย ราษฎรออนทัวร์ มีการปราศรัยวิพากษ์ระบบการศึกษาและรัฐบาล หลังการชุมนุม สภ.ภูเขียว ออกหมายเรียกผู้ชุมนุม 20 กว่าราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ต่อมาเดือนมิถุนายน 2564 ตำรวจออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีกับ ไผ่ จตุภัทร์, ครูใหญ่ อรรถพล ในข้อหาตามมาตรา 112, “ยุยงปลุกปั่นฯ” ตามมาตรา 116 รวมถึง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ จากการปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในการชุมนุมครั้งดังกล่าว