ข่าวประจำวัน » จับโป๊ะ !! เอาจม.เก่าของอดีตทหาร หวังได้คะแนน หวังโต้ทหารมีไว้ทำไม

จับโป๊ะ !! เอาจม.เก่าของอดีตทหาร หวังได้คะแนน หวังโต้ทหารมีไว้ทำไม

9 January 2026
52   0

Top News – พรรคส้มพลาดท่าโดนจับพิรุธ จดหมายร้องเรียนอดีตทหารแนวหน้า งัดมาแก้เกมโดนถล่มรังเกียจทหารมีไว้ทำไม  เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2569 กลายเป็นประเด็นวิจารณ์สนั่นโลกออนไลน์ เมื่อเพจ”สติค่ะลูก” จับพิรุธ พรรคประชาชน (People’s Party) เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 แต่จดหมายเขียนวันที่ 18 ธันวาคม 2568 สงสัยทำมาแก้เกมว่าพรรครังเกียจทหาร เป็นเหตุให้ ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็น อาทิ 2 ปีแล้ว จะมีด้วยหรอคนที่ไม่รู้ว่าพรรคเปลี่ยนชื่อแล้ว ฯลฯ 

ประเด็นดังกล่าว สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แคนดิเดตนายกฯ โพสต์ข้อความพร้อมภาพจดหมายจากอดีตแนวหน้า อ้างเป็นของทหารผ่านศึกชั้นผู้น้อย ส่งมาร้องเรียนเรื่องการสวัสดิการของกองทัพ แต่กลับไม่ได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วย ได้ทีจวกทหารนายพลเสพสุขสบาย ทหารผู้น้อยบาดเจ็บล้มตายในแนวหน้า ถูกหักเบี้ยเลี้ยงเข้ากระเป๋านาย นี่คือเหตุผลที่ต้องถาม “ทหารมีไว้ทำไม?”

ขณะเดียวกัน  รศ.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์นโยบายและการเมือง  ยังวิจารณ์พรรคประชาชน  วาทกรรมเรื่องทหารมีไว้ทำไม ที่พรรคประชาชน ต้องมาแก้ตัว เพราะการรบรอบล่าสุด ต้องบอกว่า การได้แต่ละพื้นที่กลับคืนมา ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กองทัพกัมพูชามีความเข้มแข็ง ทหารไทย ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ ชาวบ้านเขาเห็น แล้วหลายคนไม่พอใจ กับการด้อยค่ากองทัพ ก็เป็นโจทย์ ที่พรรคประชาชนต้องแก้

นอกจากนี้ ยังถูกมองว่าเป็นความพยายามแก้เกมสโลแกน “มีเราไม่มีเทา” ที่เริ่มถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หลังเกิดกรณีผู้สมัครของพรรคถูกจับกุม จนกระทบความน่าเชื่อถือและเสียรังวัดทางการเมืองไปพอสมควร การหันกลับมาเน้นเรื่องแนวคิดและความเชื่อ จึงเป็นการดึงฐานเสียงเดิมกลับมาในยามคับขัน

อย่างไรก็ดี รศ.ธนพร เตือนว่า เกมลักษณะนี้อาจสร้าง “ความไม่สบายใจ” ให้กับสังคมบางส่วน เนื่องจากแนวคิดและบทบาทในอดีตของ อ.มุนินทร์ เป็นประเด็นอ่อนไหว โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายมาตรา 112 ซึ่งอาจทำให้ต้องจับตาท่าทีของพรรคการเมืองอื่นๆ และตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกัน

รศ.ธนพร ทิ้งท้ายว่า ประเด็นสำคัญที่สุดอยู่ที่การรับรู้ของสังคมและฐานผู้สนับสนุน ว่าการขยับเกมเช่นนี้จะช่วยเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้จริงหรือไม่ เพราะในสายตาของกองเชียร์บางกลุ่ม อาจถูกมองว่าเป็นเพียงยุทธวิธี “ตบหัวแล้วลูบหลัง” หลังจากก่อนหน้านี้เคยลดทอนประเด็นมาตรา 112 ลง แต่เมื่อพรรคเผชิญปัญหาใหญ่ ก็หวนกลับมาใช้ประเด็นเดิมอีก ถึงจะอ้อมๆ ก็ตาม ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ผู้ตัดสินใจทางการเมืองก็ยังคงเป็นประชาชนและฐานเสียงของพรรคเอง

แหล่งที่มา : Top News