ข่าวประจำวัน » สวิส อ้าแขนรับไทย! พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจ

สวิส อ้าแขนรับไทย! พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจ

30 April 2020
2682   0

UPDATE: ไทย-สมาพันธรัฐสวิส พร้อมสนับสนุนความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ

วันนี้ (30 เม.ย. 2563) เวลา 13.30 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา (H.E. Mrs. Helene Budliger Artieda) เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีต้อนรับเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และยินดีที่ไทยและสมาพันธรัฐสวิสมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและเป็นมิตรมาอย่างยาวนาน ซึ่งในปีหน้าจะครบรอบ 90 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน โดยมีความมุ่งหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเฉลิมฉลองในวาระดังกล่าว เอกอัครราชทูตฯ ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่สละเวลาให้เข้าพบหารือในวันนี้ และยินดีในความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะระดับประชาชนกับประชาชน ซึ่งไทยเป็นประเทศที่สวยงาม เป็นปลายทางที่นักท่องเที่ยวสวิสเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก นอกจากนี้ ได้แสดงความยินดี และได้หารือแลกเปลี่ยนประเด็นการรื้อฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA)

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยินดีแลกเปลี่ยนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมไปถึงการเรียนรู้ด้านมาตรการรับมือต่อสถานการณ์ดังกล่าวกับทางสมาพันธรัฐสวิส ทั้งนี้ ยินดีกับความสำเร็จของรัฐบาลสมาพันธรัฐสวิส ในโครงการ “flying home” เพื่ออพยพชาวสวิสจากทั่วโลกกลับสมาพันธรัฐสวิส ในขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตฯ ขอบคุณรัฐบาลไทยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ พร้อมกล่าวว่า เมื่อสถานการณ์ผ่านพ้นไป สิ่งแรกที่ให้ความสำคัญ คือ การฟื้นฟู ส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศ และระหว่างภูมิภาคให้มากยิ่งขึ้น

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่สมาพันธรัฐสวิสเป็นคู่ค้าลำดับต้นของประเทศไทย และขอบคุณที่สมาพันธรัฐสวิสนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 120 ในปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงมีช่องทางที่จะเพิ่มพูนความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างกันได้อีก และขอบคุณภาคเอกชนสมาพันธรัฐสวิสที่มีความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศไทย โดยไทยยินดีต้อนรับการลงทุนของสมาพันธรัฐสวิสในประเทศไทย และในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมขอบคุณที่รัฐบาลสมาพันธรัฐสวิสดูแลนักลงทุนไทยในสมาพันธรัฐสวิสเป็นอย่างดี

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียินดีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดทำความตกลงทวิภาคีว่าด้วยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศระหว่างไทยกับสมาพันธรัฐสวิส