ข่าวประจำวัน » ทราบปชช.เดือดร้อน ! ขอปลดล๊อคอย่างเป็นขั้นตอน

ทราบปชช.เดือดร้อน ! ขอปลดล๊อคอย่างเป็นขั้นตอน

21 April 2020
1052   0

วันที่ 21 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมวันนี้เน้นหารือมาตรการต่างๆ รองรับสถานการณ์วิกฤติโควิดเป็นเรื่องหลัก

ขณะนี้สถานการณ์หลายอย่างดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงตามลำดับแต่ต้องดูต่อเพื่อดำเนินการระยะต่อไป อย่าเพิ่งผลีผลาม หลายคนเรียกร้องให้ปลดล็อก แต่ก็ต้องฟังข้อมูล ด้านการสาธารณสุข การแพทย์ และต้องดูว่ามีมาตรการรองรับเพียงพอหรือไม่

ตนไม่ต้องการให้การตัดสินใจมาจากแรงกกดดันหลายอย่าง แต่ต้องการให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากกฎอยู่ หากปลดอะไรเร็วและเกิดการแพร่ระบาดขึ้นสิ่งที่ทำมาทั้งหมดด้วยเวลาพอสมควรต้องล้มเหลวทั้งหมดจะทำอย่างไร นี่เป็นสิ่งที่ตนต้องดูแลเป็นพิเศษ

การพิจารณาเรื่องการประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปหรือไม่จากเดิมที่จะสิ้นสุด 30 เม.ย. จะมีการพิจารณาอีกครั้งในการประชุม ครม.วันอังคารหน้า ซึ่งการจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือ ขึ้นอยู่กับสถิติต่างๆ ด้านการสาธารณสุขเป็นตัวชี้วัด

ส่วนการผ่อนปรนมาตรการ วันนี้ได้ดูแลให้ใช้ดุลพินิจเรื่องการขนส่งสินค้าของภาคประชาชนตามที่มีข้อร้องเรียนมา ให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานความมั่นคงไปดูแลเรื่องนี้ ซึ่งมีข้อผ่อนปรนอยู่แล้วแต่อาจจะยังไม่ทั่วถึงและเข้าใจไม่ตรงกัน ขอให้หน่วยงานในพื้นที่พิจารณาด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำด้วยว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ลดลงและรักษาหายมากขึ้น เกิดจากทุกคนร่วมมือกันไม่ใช่รัฐอย่างเดียว ถ้าร่วมมือมากลดได้มาก การผ่อนปรนก็มากขึ้นในอนาคต ยืนยันไม่ได้พูดว่าจะผ่อนปรนในวันที่ 1 พ.ค. เพราะยังต้องดูสถิติให้รอบคอบ

ส่วนการผ่อนปรนที่จะเกิดขึ้นต่อไปผู้ประกอบการต้องเสนอมาตรการมาด้วย เช่น เตรียมการด้านสถานที่ เจ้าหน้าที่ต้องมีความปลอดภัย มีการตรวจโรค มีมาตรการเว้นระยะห่าง การกันพื้นที่ และการเปิดต้องทยอยเปิดบางส่วนก่อนแต่ยังไม่บอกว่าเมื่อไรให้ไปเตรียมพร้อมเสนอมา บางอย่างพิจารณาแล้วไม่เหมาะก็ยังไม่เปิด

“ทราบดีว่าทุกคนเดือดร้อน แต่สิ่งที่เดือดร้อนมากกว่านั้นคือสุขภาพ ถ้าทำเร็วเกินไปโดยมีแรงกดดันสูง โดยไม่ใช่สาระสำคัญมาก แต่เป็นการระดมให้ประชาชนวิตกกังวล หรือไม่สงบเรียบร้อย สิ่งที่ทำมาทั้งหมดสูญเสียทั้งหมดเป็นศูนย์ทันทีแล้วเรียกกลับมาไม่ได้ รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีจึงต้องตรวจสอบให้มีความชัดเจน จึงจะมีมาตรการออกมาได้ ขอให้รับทราบด้วย”