ข่าวประจำวัน » #จ่อจำหน่ายอีกคดี !! กล่าวหา แผน พยานครูปรีชา เห็นจรูญเก็บหวยได้กลางตลาด

#จ่อจำหน่ายอีกคดี !! กล่าวหา แผน พยานครูปรีชา เห็นจรูญเก็บหวยได้กลางตลาด

12 June 2018
810   0

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 นัดฟังการสั่งคดี นายฐนุกร หรือ แผน เหลืองใหม่เอี่ยม อายุ 46 ปี พนักงานขับรถธนาคารแห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาให้การเท็จคดีหวย 30 ล้านบาท ซึ่งมีนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา กับพวกถูกดำเนินคดีข้อหาให้การเท็จก่อนหน้านี้ โดยนายแผนพร้อมทีมทนายความเดินทางมาฟังการสั่งคดีหลังจากเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 61 พนักงานสอบสวน บก.ป. นำสำนวนและพยานหลักฐานพร้อม

ความเห็นควรสั่งฟ้องนายฐนุกร ข้อหาแจ้งความเท็จฯ, แจ้งข้อความให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และแจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญาฯ ซึ่งมี ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือ ลุงจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองหวย 30 ล้าน มาส่งให้อัยการพิจารณา

อย่างไรก็ตามอัยการได้มีคำสั่งเลื่อนการสั่งคดีออกไป เนื่องจากนายแผน ผู้ต้องหาได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมขอให้ชะลอการสั่งคดีนี้ โดยขอให้อัยการรอผลการพิจารณาคดีหลักหวย 30 ล้าน ที่หมวดจรูญเป็นโจทก์ฟ้องครูปรีชากับพวก ฐานแจ้งความเท็จฯ  ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เพราะรอฟังผลคดีที่ครูปรีชาได้ยื่นฟ้องหมวดจรูญข้อหาลักทรัพย์ ซึ่งคดีอยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ตอบข้อซักถามกรณีคดีของนายฐนุกรจะต้องส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาเช่นเดียวกับคดีครูปรีชาและ น.ส.รัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าขายลอตเตอรี่ตลาดเรดซิตี้ หรือไม่ ว่า ขณะนี้อัยการยังไม่ได้ตรวจดูรายละเอียดในสำนวนทั้งหมด แต่เบื้องต้นเท่าที่ทราบไม่ได้ปรากฏข้อกล่าวหาสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบมาในสำนวน เวลานี้คณะทำงานอัยการเพียงแต่รับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหาไว้พิจารณาก่อนที่จะมีคำสั่งใดๆ อีกครั้ง

ดร.สุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความของนายฐนุกร ให้สัมภาษณ์ว่า อัยการบอกว่าเป็นคดีละเอียดอ่อน และต้องเสนออธิบดีอัยการฯ จึงยังไม่สามารถสั่งคดีได้  จึงเลื่อนการสั่งคดีออกไปเป็นวันที่ 15 ส.ค.นี้  นอกจากนี้ตนได้บอกกับอัยการไปแล้วว่า หากยื่นฟ้องนายแผน ตนก็ต้องขอให้ศาลจำหน่ายคดี เพราะมูลคดีและพยานหลักฐานชุดเดียวกันเป็นบรรทัดฐานที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีการยื่นฟ้องกันไปมา

เมื่อถามว่า เหตุใดต้องนำคดีของนายฐนุกรรวมกับคดีที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุกิจ กล่าวว่า มันเป็นมูลคดีเดียวกัน การแจ้งความเท็จเกิดจากการทุจริต กรณีครูกับตำรวจแล้วถึงมาแจ้งความเท็จ แต่ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ศาลจังหวัดกาญจนบุรีให้รอคดีหลัก เพราะฉะนั้นคำสั่งศาลถือเป็นที่สุดแล้ว ส่วนที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีจำหน่ายคดีนั้นไม่มีผลดีกับใครทั้งสิ้น เพราะศาลไม่อยากให้มันซ้ำซ้อนกัน จึงต้องรอให้คดีหลักเสร็จก่อนค่อยแจ้งข้อหา การแจ้งข้อหาก่อนทำให้ประชาชนไม่กล้าเป็นพยาน ฉะนั้นที่ศาลจำหน่ายคดีก็เป็นบรรทัดฐานที่ต้องรอคดีหลัก

สำนักข่าววิหคนิวส์