ข่าวประจำวัน » #ดร. ปราโมทย์ รัฐบาลในฝัน !! รัฐบาลราชประชาสมาสัยสังคมธรรมาธิปไตย

#ดร. ปราโมทย์ รัฐบาลในฝัน !! รัฐบาลราชประชาสมาสัยสังคมธรรมาธิปไตย

21 February 2018
440   0

ดร. ปราโมทย์ นาครทรรพ ได้โพสข้อความทางเฟสบุ๊คระบุว่า รัฐบาลในฝัน:รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(3)

รัฐบาลในฝันหรือรัฐบาลในอนาคตของประเทศไทย คือรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชึ่งสามารถถือกำเนิดขึ้นได้ทันทีภายหลังฝันร้ายและการสิ้นสุดของรัฐบาลคสช.

รัฐบาลในฝันจะต้องมิใช่รัฐบาลกำเนิดจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่บกพร่องและเลวที่สุดในประวัติศาสตร์รัฐธรรมนูญไทย ซึ่งถ้าหากบังคับใช้ตามโร็ดแม็ปก็จะนำมาซึ่งกลียุคและการสูญเสียเลือดเนื้อที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งกว่าสองครั้งก่อนในสมัยรสช.และคมช.

ผมในฐานะนักศึกษาวิชารัฐธรรมนูญ เป็นผู้สอน และเป็นอดีตตุลาการรัฐธรรมนูญอาวุโสสูงสุด (ราชกิจจานุเบกษาแนบ) ได้เตือนครั้งแล้วครั้งเล่าและได้เขียนหนังสือทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นทั้งสองครั้ง

ทางเดียวที่จะป้องกันมิให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ได้แก่การขอพระราชทานการปกครองระบบราชประชาสมาสัย และขอพระราชทานรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบริหารประเทศและปูพื้นฐานไปสู่ธรรมาธิปไตยแบบไทยอย่างแท้จริง สามารถผสมผสานมาตรฐานสากลที่สอดคล้องกับนิติราชประเพณีและทศพิธราชธรรมของไทยได้เป็นอย่างดี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ พระราชทานคำศัพท์และคำนิยามของระบบราชประชาสมาสัยว่า “พระเจ้าแผ่นดินกับประชาชนร่วมมือและพึ่งซึ่งกันและกัน”

การดำเนินการ

เพื่อให้เป็นไปตามพระราชดำริดังกล่าวมิใช่สิ่งยาก ถ้าหากคสช.เข้าใจราชประชาสมาสัย และเคารพในพระราชอำนาจของสถาบันกบัตริย์

“ในหลวง- ปวงชน-กองทัพ” ย่อมจะ”ร่วมมือแลพึ่งซึ่งกันและกัน” เพื่อนำพาประเทศชาติออกจากสภาวะอันไม่พึงปรารถนาในปัจจุบัน และป้องกัน มิให้เกิดกลียุคขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้

มีผู้ถามผมอยู่เนืองๆว่า มาตรา ๔๔ ย่อมหมายถึงอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ของพลเอกประยุทธ์หรือคสช.เหนือสิ่งอื่นใดใช่หรือไม่ และผมก็ได้ตอบทุกครั้งว่ามิใช่เลย ตราบใดที่ยังต้องพึ่งพระปรมาภิไธยอยู่ ตราบนั้นอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ดั้งเดิมและต่อเนื่องยังคงอยู่กับพระมหากษัตริย์ไม่มีเปลี่ยนแปลง พลเอกประยุทธ์หาใช่องค์อธิปัตย์ที่ทรงอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่ พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจจะเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญหรือฐานะของพเอกประยุทธ์เมื่อใดและอย่างใดก็ได้

ผมเคยเชื่อและหวังว่า(เมื่อถึงวันนั้น)พลเอกประประยุทธ์จะเข้าเฝ้าขอพระราชทานราชประชาสมาสัย เพรา ะท่านเคยพูดกับแม่ทัพนายกองเสมอตอนที่ยังเป็นผบ.ทบ.ว่า ราชประชาสมาสัย เหมาะที่สุดสำหรับประเทศไทย ผมว่าถ้าหัวหน้าคสช.ได้เข้าเฝ้าและรับพระราชทานเมื่อใด จะต้องถือว่าเป็น best case scenario (ภาพวาดอนาคตที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้) ของเมืองไทยทีเดียว เพราะนั่นจะเป็นการตั้งต้นโดยสันติไปสู่การพัฒนาธรรมาธิปไตยโดยไม่ต้องหวนกลับไปสู่น้ำเน่าและวงจรอุบาทว์อีก

แต่บัดนี้ ผมเกรวว่าความหวังจะหลุดลอย เพราะพลเอกประยุทธ์ดูเหมือนจะถลำลึกลงไปในลัทธิประชารัฐและไทยนิยมอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว ผู้คนจำนวนมากพากันวิตกว่าตอนนี้บ้านเมืองเปรียบเสมือนเรือไร้หางเสือ เต็นไปด้วยความขัดข้องหมองใจและอนาคตที่มองไม่เห็น ผู้คนจึงหวังพึ่งพระสยามเทวาธิราชและพระราชอำนาจของในหลวงมากขึ้น

นักวิเคราะห์การเมืองไทยไม่สู้จะสันทัด และแทบจะไม่เคยใช้ scenario making มาวาดภาพอนาคตทุกๆทางที่อาจจะเป็นไปได้ของประเทศ ของรัฐบาลหรือขององค์การใดๆเลย คงมีแต่การทำนายและการวางแผนโดยอาศัยโหราศาสตร์บ้าง โพลบ้าง และสังคมศาสตร์(ด้อยพัฒนา)บ้าง scenario มิใช่การทำนายหรือการวางแผนแต่เป็นการวาดภาพอนาคตทุกแบบอันอาจจะเกิดขึ้นได้ตามเงื่อนไขและเงื่อนเวลาต่างๆ

ผมขอยกตัวอย่าง scenarios แห่งการสิ้นสุดของ คสช.(ไม่ครบ) ดังต่อไปนี้ และขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะกระทบกระเทียบผู้หนึ่งผู้ใดเป็นส่วนตัวเลย

คสช. จะถึงวันสลายตัวในอนาคตอันใกล้นี้ ด้วย ออกเพราะประชาชนเรียกร้อง (scenario 1)ฝูงชนขับไล่ (2)กองทัพกดดัน (3) ผู้ ใหญ่แนะนำให้ออก (4) ออกโดยสมัครใจ (5) ออกเพราะมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ (6)ฯลฯ

ทั้งหมดข้างบนนี้เป็น bad case scenario บ้าง good case scenario บ้าง worst case scenario บ้าง แล้วแต่จะมองตามผลประโยชน์และจุดยืนของแต่ละบุคคลหรือองค์กร ตัวอย่างเช่น scenario (6) สำหรับผมเห็นว่าเป็น worst case scenario แต่คสช. อาจจะเห็นว่าเป็น good case scenario ในขณะที่ ระบบทักษิณถือว่าเป็น best case scenario เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะได้กลับมาเถลิงอำนาจอีกเป็นต้น

ผมขอยืนยันและย้ำ best case scenario สำหรับประเทศไทยตามทัศนะของผมที่กล่าวมาแต่ต้น นั่นก็คือการสถา ปนาระบบราชประชาสมาสัยและการเริ่มต้นของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามคำกราบบังคมทูลของหัวหน้าคสช.และหรือปวงชนชาวไทย เสมือนการกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดและตั้งต้นใหม่ของ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ อีกครั้ง

รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นมีนัยเช่นเดียวกับรัฐบาลของอังกฤษ มิใช่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือแนวความคิดที่ผิดและบิดเบือนของการเมืองไทยปัจจุบัน เรื่อง นายกพระราชทานบ้าน เรื่องนายกคนนอ กบ้าง เรื่องนายกมาตรา 7 บ้าง ซึ่งไม่เข้าเรื่องทั้งเพ

รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือปัจจุบันพระบรมราชินีอังกฤษนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของพระราชอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและการพระราชทานคำแนะนำปรึกษาในการบริหารราชการแผ่นดินตามหลักรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยของอังกฤษทั้งสิ้น

ผมเห็นว่าถ้าหากเราสามารถประยุกต์พระราชอำนาจพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษมาแม้เพียงครึ่งเดียว นำมาบวกกับนิติราชประเพณีไทยเรื่องทศพิธราชธรรมอีกกึ่งหนึ่ง ไทยจะกลายเป็นโมเดลที่น่าชื่นชมของระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุขในโลก

การเริ่มต้นรัฐบาลของพระมหากษัตริย์รัฐบาลแรกของไทยนั้น จำจะต้องแตกต่างกับอังกฤษปัจจุบันอยู่บ้าง ตรงที่รัฐบาลเกิดก่อนและมิได้มีที่มาจากสถาบันนิติบัญญัติแบบอังกฤษ แต่เราก็สามารถจะออกแบบให้รัฐบาลและสถาบันแห่งอำนาจอธิปไตยทั้งหลายมีองค์ประกอบและระบบพฤติกรรมที่เป็นประชาธิปไตยที่มีมาตรฐานในขณะที่เราจะต้องพัฒนาโครงสร้างของระบบ และองค์กรต่างๆขึ้นมาภายหลัง

ตอนต่อไป: โฉมหน้าของรัฐบาลในฝัน

สำนักข่าววิหคนิวส์