9 ก.พ.61 ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)
แนวหน้า-กล่าวตอนหนึ่ง ระหว่างเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ถึงกรณีหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก นำกำลังบุกจับนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ที่เข้าไปตั้งแคมป์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ยึดปืนและพบซากสัตว์ป่าคุ้มครองว่า เราต้องรู้กฎหมาย อย่างต้นไม้ใหญ่จะล้มทับบ้านแต่ตัดไม่ได้ ถามว่าทำไมตัดไม่ได้ พอตัดแล้วติดคุก เพราะเป็นไม้พยุง ไม้ก็ล้มทับบ้าน
“มันเป็นอะไรกัน ตำรวจก็ถามผู้ใหญ่ ทางผู้ใหญ่ก็ถามป่าไม้ แต่ก็ไม่กล้าอนุมัติกันผิดกันไปหมด เรื่องนิดเดียวแก้กันไม่ได้ แล้วก็โดนกันอยู่ทุกวัน ตัดไม้ เก็บเห็ดก็โดนกันอยู่นี้แหละ มาตอนนี้ฆ่าเสือกันอีก โอ๊ยพูดแล้วปวดฟันจริงๆ ช่างโยงกันจริงๆ มันคนละเรื่องกันหมด ไปแก้กันให้ได้เรื่องเล็กๆน้อยๆ เมืองไทยต้องรู้กฎหมาย”
นายกฯกล่าวคนตัวเล็กๆ จะไปรู้ได้อย่างไร ตื่นมาก็ก้มหน้าฟันดิน เพราะฉะนั้นการกระจายการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ จะบอกเขาอย่างไร โทรศัพท์ก็ไม่ได้เพราะคนจนไม่มีโทรศัพท์ ตื่นเช้ามาก็จะเจอดิน น้ำเแห้งๆ ปลูกอะไรก็ตาย เราจะทำอย่างไรให้เขารู้ จะเรียกมาประชุมก็ไปบุกรุกป่าอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ทำอย่างไรถึงจะให้เขารู้ ถ้าจำเป็น ในวันหน้าจะใช้เครื่องบิน O-1 Bird Dog หรือเครื่องบินปากหมา ของฝ่ายความมั่นคง ที่บินไปแล้วพูดได้ บินไปพูดไป ไม่อย่างนั้นข้อมูลข่าวสารไม่ถึง ทุกคนต้องรู้ถึงสิทธิ์และกฎหมาย
“วันนี้ไม่ใช่ อะไรทุกอย่างก็นายกฯ ผมต้องการให้ทุกคนเป็นพระเอกตัวจริง ไม่มีใครเป็นวีรบุรุษ มีแต่ทำเพื่อประเทศ ผมทำหน้าที่ของผม ท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน ท่านจะจับใครก็เป็นหน้าที่ของท่านตามกฎหมายที่มีอยู่ ถ้าท่านไม่ทำก็แย่ การจะเป็นวีรบุรุษไม่ใช่แค่ตรงนี้ หากทำตามหน้าที่ก็ชมเชยกันไป”นายกฯ กล่าว
สำนักข่าววิหคนิวส์



