วันที่ 28 กันยายน 2569 นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสและอดีตหัวหน้าองค์คณะศาลฎีกา เผยแพร่ความเห็นเกี่ยวกับกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 14.00 น. ในประเด็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับรหัส QR Code และ Barcode บนบัตรเลือกตั้งว่า กระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายวัสระบุว่า หัวใจสำคัญของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย คือการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 โดยข้อถกเถียงสำคัญอยู่ที่ความเชื่อมโยงระหว่างรหัสบนบัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วบัตร ซึ่งมีข้อมูลผู้รับบัตร
เปิด 4 ทางเลือกในการวินิจฉัย
นายวัสเสนอแนวทางที่อาจเกิดขึ้น 4 ทางเลือก ได้แก่
ทางเลือกที่ 1 ยกคำร้องโดยไม่มีเงื่อนไข
หากเห็นว่ารหัสบนบัตรไม่สามารถสืบย้อนกลับไประบุตัวผู้ลงคะแนนได้จริง ก็อาจวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งยังสมบูรณ์ตามกฎหมาย
ทางเลือกที่ 2 ยกคำร้องพร้อมกำหนดแนวทางปรับปรุง
แม้จะมีข้อบกพร่องเกี่ยวกับหลักการลงคะแนนลับ แต่เห็นว่ายังไม่ถึงขั้นทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยอาจให้คณะกรรมการการเลือกตั้งปรับปรุงการออกแบบบัตรและขั้นตอนปฏิบัติในอนาคต
นายวัสยกตัวอย่างแนวทางจากต่างประเทศ ทั้งกรณีในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ซึ่งมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับรหัสบนบัตรเลือกตั้งและการรักษาความลับ โดยระบุว่าการพิจารณาผลกระทบจริงและการรักษาเสถียรภาพของการเลือกตั้งเป็นประเด็นที่ควรนำมาประกอบการพิจารณา
ทางเลือกที่ 3 จัดเลือกตั้งใหม่เฉพาะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
แนวทางนี้อาศัยหลักการแยกส่วนความเสียหาย โดยหากเห็นว่าปัญหาเกิดเฉพาะบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งใช้ Barcode ก็อาจจัดการเลือกตั้งใหม่เฉพาะส่วนดังกล่าว และคงผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตไว้
นายวัสให้เหตุผลว่า แนวทางนี้จะช่วยรักษาผลการเลือกตั้งในส่วนที่ไม่มีปัญหา ลดผลกระทบด้านงบประมาณ และเปิดทางให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งใหม่เฉพาะส่วนที่ถูกโต้แย้ง
ทางเลือกที่ 4 จัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งสองระบบทั่วประเทศ
นายวัสระบุว่า แนวทางนี้ตั้งอยู่บนหลักความเป็นเอกภาพของการเลือกตั้งทั่วไป โดยอ้างถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 กรณีคูหาเลือกตั้ง และคำวินิจฉัยที่ 2/2557 กรณีไม่สามารถจัดการเลือกตั้งในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
หากข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นว่ารหัสบนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อสามารถเชื่อมโยงกับต้นขั้วที่มีข้อมูลผู้รับบัตรได้ และกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ ก็อาจนำไปสู่ข้อพิจารณาว่าการเลือกตั้งทั่วไปครั้งดังกล่าวมีปัญหาในสาระสำคัญหรือไม่
อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้มีข้อจำกัดสำคัญที่นายวัสกล่าวถึง คือผลกระทบต่อการใช้งบประมาณแผ่นดินและสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ
วัสประกาศจุดยืน เห็นด้วยเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ
ในช่วงท้าย นายวัสระบุอย่างชัดเจนว่า เห็นด้วยกับทางเลือกที่ 4 คือการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตและ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั่วประเทศ
นายวัสให้เหตุผลว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงเรื่องทางเทคนิคในการออกแบบบัตรเลือกตั้ง แต่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการลงคะแนนโดยลับ และการรักษาความถูกต้องตามหลักนิติธรรม
ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวเป็นความเห็นและข้อเสนอของนายวัส ติงสมิตร ส่วนผลการวินิจฉัยและเหตุผลทางกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาจากคำวินิจฉัยฉบับทางการ
สำนักข่าววิหคนิวส์
#เลือกตั้ง2569 #วิกฤตQRCode #Barcode #ศาลรัฐธรรมนูญ #การเลือกตั้งโดยลับ #วัสติงสมิตร #กกต #รัฐธรรมนูญ2560 #สภาผู้แทนราษฎร
