ข่าวประจำวัน » 🚨 “ตีปี๊บสนั่นสภาฯ!” ชาวบ้านอยุธยาบุกจี้รัฐบาลเร่งแก้น้ำท่วม หลังน้ำพุ่งเกือบ 1 เมตรในไม่กี่วัน

🚨 “ตีปี๊บสนั่นสภาฯ!” ชาวบ้านอยุธยาบุกจี้รัฐบาลเร่งแก้น้ำท่วม หลังน้ำพุ่งเกือบ 1 เมตรในไม่กี่วัน

24 September 2026
39   0

พระนครศรีอยุธยา – 23 กันยายน 2569 ตัวแทนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมายังรัฐสภา ยื่นหนังสือถึง นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ หลังระดับน้ำในพื้นที่ อ.เสนา อ.บางบาล และพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

“รัฐบาลครับ! กรมชลครับ! รู้หรือยังครับว่าอยุธยาน้ำท่วมแล้ว!”

นายปุ้ย แสงนาค ตัวแทนชาวบ้าน ตะโกนข้อความดังกล่าวพร้อมเคาะปี๊บกลางรัฐสภา สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยระบุว่า แม้งบประมาณด้านการบริหารจัดการน้ำเพิ่มขึ้น แต่ประชาชนยังเผชิญปัญหาซ้ำเดิม

นายปุ้ยระบุว่า ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงสถานการณ์น้ำปีนี้ว่าจะมีน้ำน้อยและไม่น่าจะเกิดน้ำท่วม ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่ได้เตรียมรับมือ แต่ระดับน้ำกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน โดยบางพื้นที่สูงขึ้นเกือบ 1 เมตร จนชาวบ้านขนย้ายสิ่งของไม่ทัน

สถานการณ์ดังกล่าวยังทำให้ประชาชนบางส่วนต้องนำไม้หรือพื้นกระดานมาหนุนสิ่งของ ย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง หรือบางรายต้องย้ายขึ้นไปอยู่บนถนนเมื่อระดับน้ำสูงจนไม่สามารถพักอาศัยภายในบ้านได้

สำหรับเกษตรกร ทั้งชาวนา ชาวสวน และชาวไร่ในพื้นที่รับน้ำ นายปุ้ยระบุว่า หลายรายได้รับผลกระทบต่อเนื่องจนเกิดหนี้สิน ขาดทุน และไม่มีเงินทุนสำหรับกลับมาประกอบอาชีพ

🚨 จี้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำภายใน 7 วัน

ตัวแทนชาวบ้านเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินการภายใน 7 วัน โดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในจุดที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ แม่น้ำน้อย บริเวณสะพานสวนผัก สะพานสีกุก และพื้นที่ปลายแม่น้ำน้อยบริเวณบางไทร พร้อมขอให้มีผู้รับผิดชอบดูแลการทำงานของเครื่องผลักดันน้ำอย่างชัดเจน

นายปุ้ยกล่าวว่า การนำปี๊บมายังรัฐสภาครั้งนี้ ตั้งใจนำมาให้ สส.เขต 5 หลังมีการพูดถึงสถานการณ์น้ำมาตลอดเกือบหนึ่งปีว่า ปีนี้จะแล้ง น้ำจะน้อย และจะไม่ท่วม โดยก่อนหน้านี้เคยกล่าวไว้ว่าหากน้ำไม่ท่วมจะโกนหัว แต่หากน้ำท่วมจะนำปี๊บมา วันนี้จึงนำปี๊บมาทำตามคำพูด หลังเกิดน้ำท่วมในอยุธยา อ่างทอง และพื้นที่ใกล้เคียง

🔴 “2 ละเลย 2 เร่งรัด” จี้รัฐบาลแก้ปัญหาบริหารน้ำ

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีต สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน ระบุถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำว่า มีทั้งประเด็นที่รัฐบาล “ละเลย” และเรื่องที่ต้อง “เร่งรัด”

ประเด็นแรกคือการประเมินสถานการณ์ หลังมีการคาดการณ์ว่าปีนี้จะเกิดภัยแล้ง แต่เมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในภาคกลาง ปริมาณน้ำกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลที่ถูกนำเสนอระบุว่า วันที่ 20 กันยายน 2569 เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำประมาณ 690 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนเพิ่มเป็นประมาณ 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันที่ 22 กันยายน ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ อ.บางบาล และ อ.เสนา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน วันที่ 22 กันยายน กรมชลประทานประกาศเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก 1,300 เป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่เพิ่มขึ้น

กรมชลประทานระบุเมื่อวันที่ 23 กันยายนว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และการปรับเพิ่มการระบายน้ำอาจทำให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นประมาณ 0.70–1.20 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำใน อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ำน้อย

⚠️ จี้แจ้งเตือนล่วงหน้า 2–3 วัน

นายทวิวงศ์ยังระบุถึงการแจ้งเตือนที่กระชั้นชิด โดยเสนอให้รัฐบาลแจ้งประชาชนล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 วัน พร้อมระบุวัน เวลา และปริมาณน้ำที่จะระบายอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและเตรียมรับสถานการณ์

นอกจากนี้ เสนอให้เร่งใช้ “ทุ่งรับน้ำ” ตั้งแต่พื้นที่เหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งชัยนาท สิงห์บุรี และอ่างทอง พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรให้เก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนนำพื้นที่เข้าสู่ระบบรับน้ำ

สำหรับพื้นที่อยุธยา เสนอให้เร่งระบายน้ำผ่านคลองชลประทานในพื้นที่ ทุ่งเจ้าเจ็ด โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำน้อยและคลองบางหลวงใน อ.เสนา อ.ผักไห่ และ อ.บางบาล รวมถึง ต.หัวเวียง ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำน้อยกับคลองบางหลวง

พร้อมเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยเตรียม ศูนย์พักพิงที่มีมาตรฐาน รองรับประชาชนที่จำเป็นต้องออกจากบ้าน ทั้งห้องน้ำ พื้นที่อเนกประสงค์ และพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ทำมาหากิน

🔴 กมธ.รับเรื่อง ชง 6 แนวทางรับมือน้ำท่วม

ด้าน นายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ระบุว่าจะรับข้อร้องเรียนและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอให้รัฐบาลประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีคาดว่าจะต้องระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ข้อเสนอ 6 แนวทาง ประกอบด้วย

  1. ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า
  2. เปิดเผยแผนบริหารจัดการน้ำ
  3. แจ้งประชาชนว่าน้ำจะเดินทางถึงแต่ละพื้นที่เมื่อใด และระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นเท่าใด
  4. ตั้งศูนย์บัญชาการสถานการณ์หากสถานการณ์รุนแรง
  5. ตั้งโต๊ะแถลงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
  6. ขึ้นทะเบียนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การช่วยเหลือและจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างทั่วถึง

นายเจษฎาระบุว่า การแจ้งเตือนไม่ควรมีเพียงตัวเลขปริมาณการระบายน้ำ แต่ประชาชนต้องทราบด้วยว่าน้ำจะมาถึงพื้นที่ของตนเองเมื่อใด และระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นเท่าใด เพื่อให้แต่ละครัวเรือนเตรียมรับมือได้ทัน

สำหรับสถานการณ์วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 08.00 น. กรมชลประทานรายงานว่า ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 1,620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจาก 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันก่อนหน้า ขณะที่สถานี C.29 อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีน้ำไหลผ่าน 1,184 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกรมชลประทานทยอยเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569 จาก 490 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปรับเพิ่มต่อเนื่องจนแตะ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันที่ 22 กันยายน ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำในอยุธยาเริ่มได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

สำนักข่าววิหคนิวส์

#น้ำท่วมอยุธยา #อยุธยา #เขื่อนเจ้าพระยา #บริหารจัดการน้ำ #น้ำท่วม2569 #แม่น้ำน้อย #กรมชลประทาน #รัฐสภา #เสียงชาวบ้าน #ภัยพิบัติ #สิทธิชุมชน #พระนครศรีอยุธยา #ทุ่งรับน้ำ #น้ำเจ้าพระยา