ข่าวประจำวัน » ฟันธง กกต.ไม่รอด !! หลัง มติ กกต.จุดชนวนเกมกฎหมายรอบใหม่ จับตาฟ้อง 3 ศาล ตามรัฐธรรมนูญปราบโกง 

ฟันธง กกต.ไม่รอด !! หลัง มติ กกต.จุดชนวนเกมกฎหมายรอบใหม่ จับตาฟ้อง 3 ศาล ตามรัฐธรรมนูญปราบโกง 

14 September 2026
27   0

วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 16:24 น. จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องบางส่วน 77 ราย ขณะที่ผู้ถูกร้องอีกจำนวนมากไม่ได้ถูกส่งฟ้อง รวมถึงกรณีข้อกล่าวหาต่อนักการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ กกต.มีมติไม่สั่งฟ้องนั้น

ผลดังกล่าวกำลังถูกจับตาว่าอาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเรื่อง แต่เป็น จุดเริ่มต้นของกระบวนการทางกฎหมายอีกระลอก โดยผู้ที่เห็นว่าการใช้อำนาจหรือกระบวนการวินิจฉัยของ กกต.มีปัญหา อาจพิจารณาดำเนินการตามช่องทางที่กฎหมายเปิดไว้ ทั้งการดำเนินคดีต่อศาลฎีกา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือศาลปกครอง ตามหลักเกณฑ์และอำนาจศาลที่เกี่ยวข้อง

อีกประเด็นที่ถูกจับตาอย่างมาก คือกรณี การนำโพยเข้าสู่สถานที่เลือก สว. ซึ่งในการแถลงของ กกต.มีการอธิบายถึงข้อกฎหมายและคำสั่งศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับข้อห้ามดังกล่าว ทำให้เกิดข้อถกเถียงถึงขอบเขตของการนำเอกสารเข้าไปในพื้นที่เลือกตั้ง และพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

ขณะเดียวกัน ประเด็นสำคัญอีกด้านอยู่ที่ คำให้การของพยานและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่าการสอบสวนบางส่วนมีการกล่าวถึงบุคคลหรือกลุ่มการเมืองที่ถูกพาดพิงถึงการจัดการเลือก สว.

แต่ต่อมาปรากฏกรณี พยานบางรายกลับคำให้การหรือขอถอนคำให้การ อย่างกะทันหัน กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาถึงน้ำหนักของพยานหลักฐาน

จุดนี้จึงเป็นข้อสังเกตสำคัญต่อผลการวินิจฉัย เพราะหากคำให้การเดิมถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐาน แต่ภายหลังมีการกลับคำให้การ ย่อมทำให้ต้องพิจารณาถึง ความน่าเชื่อถือของคำให้การทั้งสองช่วง รวมถึงพยานหลักฐานอื่นที่ใช้ประกอบกัน

หลัง กกต.มีมติแล้ว กระบวนการจึงมีแนวโน้มเดินเข้าสู่การตรวจสอบในชั้นกฎหมายต่อไป โดยเฉพาะจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับผลวินิจฉัย และเห็นว่าพยานหลักฐานในคดีควรถูกตรวจสอบโดยองค์กรตุลาการ

คดีฮั้ว สว.จึงยังไม่จบที่มติ กกต. แต่กำลังเข้าสู่ฉากใหม่ของการต่อสู้ทางกฎหมาย ว่าผลการวินิจฉัยครั้งนี้จะถูกท้าทายผ่านช่องทางใด และองค์กรตุลาการจะพิจารณาประเด็นพยานหลักฐานและการใช้อำนาจของ กกต.อย่างไรต่อไป

ซึ่งตามรัฐธรรมนูญพุทธศักราช 2560 ที่ถูกตั้งฉายาว่าเป็น รัฐธรรมนูญ “ปราบโกง” ได้ระบุชัดเจนถึงการกระทำความผิดองค์กรอิสระที่ดำเนินการอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายและชอบธรรม

ซึ่งประชาชนสามารถร้องตรงได้อย่างศาลฎีกาหรือร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินภายสามวัน

ขณะเดียวกันยังฟ้องศาลอาญาทุจริต และยังสามารถที่จะดำเนินการฟ้องศาลปกครอง ได้อีกด้วย

หลังจากการแถลงข่าวของกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะฝ่ายสีส้ม สีเหลืองและสีฟ้า ต่างมีเป้าเป้าหมายที่จะมีการเอาผิดกับคณะคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ซึ่งที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ในปี 2549 ก็มีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นมาแล้วจนเป็นที่มาของสามคณะกรรมการการเลือกตั้งติดคุกคนละสี่ปีในชุดของพล ตำรวจโทวาสนา เพิ่มลาภ

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: แถลงการณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง / ข้อมูลคดีเลือก สว. ปี 2567

#กกต #ฮั้วสว #เลือกสว #วุฒิสภา #คดีฮั้วสว #ศาลฎีกา #ศาลอาญาคดีทุจริต #ศาลปกครอง #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์