9 กันยายน 2569
ศาลอาญามีคำสั่ง ยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดี ของ “พิพัฒน์” (สงวนนามสกุล) และพวกรวม 7 คน กรณีการชุมนุม #ม็อบ6ตุลา64 หลังศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าความผิดตามข้อกล่าวหาเข้าข่ายบัญชีท้ายของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ และไม่เป็นกรณีที่ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสโดยตรง
คดีดังกล่าวมีข้อกล่าวหาตามมาตรา 138, 140, 215, 216 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยศาลอาศัยมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ มีคำสั่งให้ยุติการดำเนินคดี
ขณะเดียวกัน ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีนัดสืบพยานโจทก์ในคดีนักกิจกรรม 12 ราย จากกรณีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาตามมาตรา 112 มาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียง
ฝ่ายจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลยุติคดี หรือจำหน่ายข้อกล่าวหาบางส่วน โดยอ้างว่าเข้าหลักเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ที่เพิ่งมีผลใช้บังคับ
แต่สำหรับคดีนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่ง ส่งเรื่องให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัยชี้ขาด เนื่องจากแม้ฝ่ายจำเลยขอให้จำหน่ายเฉพาะข้อหาตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ แต่คำฟ้องของโจทก์ยังมีการขอให้ลงโทษตาม มาตรา 112 รวมอยู่ด้วย
จึงต้องรอการวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ ว่าข้อกล่าวหาอื่นที่ถูกฟ้องร่วมกันจะเข้าหลักเกณฑ์นิรโทษกรรมและสามารถยุติคดีได้หรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อมูลตามคำสั่งศาลและรายละเอียดคดีที่ผู้สื่อข่าวรายงาน
#ม็อบ6ตุลา64 #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน #มาตรา112 #นิรโทษกรรม #ศาลอาญา #ศาลอาญากรุงเทพใต้ #สำนักข่าววิหคนิวส์
