จำนวนผู้ชม

ข่าวประจำวัน » 🚨 ไพศาลฟันธง! ชี้ “จุดตาย กกต.” คดีฮั้ว สว. ปมชุด 26–36 ถึงขั้นคดีอาญา

🚨 ไพศาลฟันธง! ชี้ “จุดตาย กกต.” คดีฮั้ว สว. ปมชุด 26–36 ถึงขั้นคดีอาญา

1 September 2026
142   0

1 กันยายน 2569

นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย ระบุถึงประเด็นการดำเนินคดีกรณีการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ “คดีฮั้ว สว.” โดยชี้ถึงประเด็นการใช้อำนาจและระยะเวลาการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. พร้อมระบุว่าเป็น “จุดตาย” ที่ต้องจับตา

นายไพศาลระบุว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ กกต. ต้องดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อมีมติส่งศาลให้มีคำสั่งเกี่ยวกับการเพิกถอนการเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือเลือกตั้งซ่อมตามกรณี

โดยนายไพศาลระบุว่า ตามธรรมเนียมและแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา คำว่า “โดยเร็ว” จะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า กรณีคดีฮั้ว สว. ที่ดำเนินการมายาวนานกว่า 2 ปี และยังมีการระบุว่าสำนวนยังไม่เสร็จ อาจเป็นประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.

สำหรับกระบวนการทำงาน นายไพศาลอธิบายว่า เมื่อมีการร้องเรียนเรื่องทุจริตเลือกตั้ง กกต. มีแนวทางดำเนินการทั้งการตรวจสอบไต่สวนโดย กกต. และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเข้าดำเนินการตรวจสอบไต่สวนแทนในนาม กกต.

หากคณะอนุกรรมการตรวจสอบพบการกระทำผิด จะเสนอเรื่องต่อ กกต. ชุดใหญ่เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจ โดยนายไพศาลระบุว่า อำนาจในการส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยเป็นอำนาจของ กกต. ชุดใหญ่

ในส่วนของคดีเลือก สว. นายไพศาลระบุว่า กกต. ใช้กระบวนการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบไต่สวน โดย คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ได้ดำเนินการตรวจสอบสำนวนคดีฮั้ว สว.

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI มีมติเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวม 229 ราย แบ่งเป็น สว. 138 ราย และผู้เกี่ยวข้องทางการเมืองรวมถึงเครือข่ายอีก 91 ราย

ต่อมา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 รายไม่มีมูลความผิด และเสนอให้ยกคำร้อง ก่อนส่งเรื่องให้ กกต. ชุดใหญ่พิจารณาชี้ขาดต่อไป

นายไพศาลระบุว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่การดำเนินการของ กกต. ภายหลังคณะกรรมการชุดที่ 26 มีความเห็นเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหา โดยมองว่าหาก กกต. ไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ แต่กลับมีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาในประเด็นดังกล่าว อาจกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายที่ต้องตรวจสอบ

พร้อมระบุว่า หากมีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ผู้มีส่วนได้เสียสามารถใช้สิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ และอาจดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามช่องทางกฎหมายได้

นายไพศาลยังยกกรณีการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ขององค์กรอิสระในอดีตมาเป็นตัวอย่าง พร้อมระบุว่า หากมีการใช้อำนาจโดยมิชอบ ผู้เกี่ยวข้องอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ประเด็นที่นายไพศาลระบุให้จับตาต่อไป คือ กกต. ชุดใหญ่จะพิจารณาผลการดำเนินการของชุดที่ 26 และความเห็นของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 อย่างไร

โดยเฉพาะกรณีที่ชุดที่ 26 มีความเห็นให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ขณะที่ชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลความผิด ซึ่งเป็นความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ กกต. ชุดใหญ่ต้องพิจารณาตามอำนาจหน้าที่

นายไพศาลระบุว่า หากมีการเลือกแนวทางที่ขัดต่อกฎหมายหรือมีการใช้อำนาจโดยมิชอบ ผู้เกี่ยวข้องอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย และอาจมีผู้ถูกดำเนินคดีจำนวนมาก

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: คณะกรรมการการเลือกตั้ง, Thai PBS, iLaw, PPTV, มติชน และข้อมูลจากนายไพศาล พืชมงคล

#ไพศาลพืชมงคล

#กกต

#ฮั้วสว

#คดีฮั้วสว

#สว

#ชุด26

#ชุด36

#เลือกตั้งสว

#การเมืองไทย

#กฎหมาย

#สำนักข่าววิหคนิวส์