ข่าวประจำวัน » ศึกสามก๊กเดือด!! “ส้ม” บี้ฮั้ว ส.ว. เขย่าฐานสีน้ำเงิน เกมนี้สะเทือนถึงยุบ “ภูมิใจไทย”

ศึกสามก๊กเดือด!! “ส้ม” บี้ฮั้ว ส.ว. เขย่าฐานสีน้ำเงิน เกมนี้สะเทือนถึงยุบ “ภูมิใจไทย”

28 July 2026
37   0

กรุงเทพฯ 28 กรกฎาคม 2569 — การเมืองไทยกำลังเข้าสู่สมรภูมิใหม่ที่อาจร้อนแรงกว่าการอภิปรายในสภา เมื่อคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่อาจกระทบโครงสร้างอำนาจของฝ่ายที่ถูกเรียกว่า “สีน้ำเงิน” และพรรคภูมิใจไทย

พรรคประชาชนและภาคประชาชนบางส่วนเดินหน้าเปิดข้อมูลและตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการเลือก ส.ว. อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ กกต. ยืนยันว่าการพิจารณาต้องยึดพยานหลักฐานในสำนวน ไม่ใช่แรงกดดันหรือความคิดเห็นทางการเมือง

แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือ การตรวจสอบคดีฮั้ว ส.ว. ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าพรรคภูมิใจไทยจะถูกยุบ เพราะการยุบพรรคต้องมีฐานความผิดและผ่านกระบวนการตามกฎหมายจนถึงศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม มีผู้ยื่นคำร้องขอให้ กกต. ส่งเรื่องยุบพรรคภูมิใจไทยจากประเด็นเกี่ยวเนื่องกับคดีฮั้ว ส.ว. จริง และเมื่อต้นปี 2569 กกต. ยืนยันว่าคำร้องยุบพรรคหนึ่งดังกล่าวยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

ดังนั้น หากมองในมิติการเมือง การขุดคดี ส.ว. จนถึงที่สุดย่อมสร้างแรงกดดันโดยตรงต่อฐานอำนาจ “สีน้ำเงิน” แต่การจะสรุปว่า พรรคประชาชนมีเป้าหมายเพื่อยุบภูมิใจไทย ยังเป็นข้อวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์

ถ้า “ภูมิใจไทย” ถูกยุบ กระดานเปลี่ยนทันที

ประเด็นนี้ต้องจับตาอย่างมาก เพราะหากในอนาคตศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคจริง ผลทางกฎหมายต่อกรรมการบริหารพรรคจะขึ้นอยู่กับฐานความผิดและคำวินิจฉัยของศาล ไม่ใช่ว่าบุคคลทุกคนในพรรคจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองโดยอัตโนมัติ

ดังนั้นข้อสันนิษฐานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือกรรมการบริหารพรรคคนใดจะต้องพ้นจากการเมือง ยังไม่สามารถฟันธงได้จนกว่าจะทราบว่าคดีใดถูกส่งศาล ใครถูกกล่าวหาในฐานะใด และศาลมีคำวินิจฉัยอย่างไร

แต่ในเชิงอำนาจ หากพรรคแกนนำรัฐบาลเกิดอุบัติเหตุทางกฎหมายจริง ย่อมเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองอื่นช่วงชิงความได้เปรียบ และพรรคประชาชนย่อมเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในสมการรัฐบาลชุดต่อไป

“แดง” ไม่ได้หายไปไหน

อีกตัวละครที่ไม่ควรมองข้ามคือ พรรคเพื่อไทย

แม้ความสัมพันธ์ทางการเมืองในอดีตระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทยจะผ่านทั้งการแข่งขันและความขัดแย้ง แต่สถานการณ์ปัจจุบันซับซ้อนกว่านั้น เพราะหลังการเลือกตั้งล่าสุด เพื่อไทยประกาศสนับสนุนภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับ 1 ให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมรัฐบาลด้วยกัน

เพราะฉะนั้น การระบุว่าเพื่อไทยกำลัง “แทงข้างหลัง” ภูมิใจไทยยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเขียนเป็นข้อเท็จจริง แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยย่อมต้องประเมินทุกความเปลี่ยนแปลง เพราะหากภูมิใจไทยอ่อนกำลังลง สมดุลอำนาจภายในรัฐบาลและการแข่งขันกับพรรคประชาชนย่อมเปลี่ยนทันที

นี่จึงอาจกลายเป็น “สามก๊กการเมืองไทย” อย่างแท้จริง

ก๊กสีน้ำเงิน ต้องรักษารัฐบาลและรับมือคดีที่เกี่ยวพันกับการเลือก ส.ว.

ก๊กสีส้ม เดินหน้าตรวจสอบและพยายามเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจเดิม พร้อมวางตัวเป็นทางเลือกในการบริหารประเทศ

ส่วนก๊กสีแดง อยู่ในจุดที่ต้องรักษาพื้นที่ทางการเมืองของตัวเอง ท่ามกลางการแข่งขันกับทั้งสองฝ่าย

แต่ไม่ว่าก๊กใดจะเป็นผู้ชนะ สิ่งที่ประชาชนควรจับตามากที่สุดไม่ใช่เพียงว่า “ใครจะล้มใคร” หากคือใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าการใช้อำนาจรัฐ งบประมาณ และกระบวนการทางการเมืองเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยมีวงจรความขัดแย้งรุนแรงหลายครั้ง โดยเฉพาะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และ 22 พฤษภาคม 2557 แต่การนำเหตุการณ์ในอดีตมาอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันต้องระวัง เพราะไม่อาจสรุปว่าความขัดแย้งหรือข้อกล่าวหาทุจริตจะนำไปสู่รัฐประหารทุกครั้งไป

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), Thai PBS และข้อมูลจากพรรคเพื่อไทย

วิหคนิวส์ #ฮั้วสว #ภูมิใจไทย #พรรคประชาชน #พรรคเพื่อไทย #อนุทินชาญวีรกูล #กกต #สว #สวสีน้ำเงิน #ยุบพรรค #การเมืองไทย #รัฐบาล #สามก๊กการเมือง #ข่าวการเมือง