วันที่: 24 กรกฎาคม 2569
สถานที่: อิหร่าน – ทะเลแดง – ช่องแคบบับอัลมันเดบ – กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา
สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดอย่างหนัก หลังสหรัฐอเมริกาเดินหน้าเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิหร่านเป็นคืนที่ 13 ติดต่อกัน ขณะที่องค์การสหประชาชาติ (UN) ออกมาเตือนว่าวิกฤตครั้งนี้กำลังเข้าใกล้จุดที่อาจ “ควบคุมไม่ได้” หากทุกฝ่ายไม่ลดระดับความรุนแรงโดยเร็ว
ลำดับเหตุการณ์ล่าสุดเริ่มจากการที่กลุ่มฮูตีซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ส่งผลให้เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกตกอยู่ในความเสี่ยง ก่อนที่กองทัพสหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่านเพื่อลดขีดความสามารถในการคุกคามเส้นทางเดินเรือและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ในเวลาเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่ากำลังพิจารณาการโจมตีครั้งใหญ่เพิ่มเติม พร้อมประกาศว่าจะตอบโต้หากผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ถูกโจมตีอีก ขณะที่หลายประเทศเริ่มอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตออกจากพื้นที่เสี่ยง
ด้านการเมืองภายในสหรัฐฯ ก็เริ่มร้อนแรงไม่แพ้กัน เมื่อสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านญัตติเรียกร้องให้ยุติการทำสงครามกับอิหร่าน แม้ญัตติดังกล่าวจะมีผลเชิงสัญลักษณ์เป็นหลัก แต่สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นต่อรัฐบาล
ผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มสะเทือนไปทั่วโลก ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความกังวลต่อเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่าหากการสู้รบขยายวงไปถึงช่องแคบฮอร์มุซหรือเส้นทางเดินเรือสำคัญอื่น ๆ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
สถานการณ์ยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และทั่วโลกกำลังจับตาว่าจะมีความพยายามทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง หรือเหตุการณ์จะบานปลายไปสู่สงครามระดับภูมิภาค
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: The Guardian, Reuters, Associated Press (AP)
