18 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.00 น.
สถานีบริการน้ำมัน PT สาขาปาวา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
สถานการณ์ชายแดนใต้ร้อนระอุอีกครั้ง หลังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมนายรังสิมันต์ โรม และคณะ ลงพื้นที่ติดตามคดีระเบิดสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงการเยียวยาผู้เสียหายและปัญหาความปลอดภัยในพื้นที่
รู้ตัวแล้ว—หมายจับออกแล้ว
ฝ่ายความมั่นคงรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวบุคคลที่เชื่อว่าเกี่ยวข้อง และได้ออกหมายจับแล้ว โดยเชื่อมโยงกับขบวนการ BRN และอาจเคยเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นข้อกล่าวหาจากฝ่ายความมั่นคง ผู้ถูกกล่าวหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
เสียงจากแนวหน้า—“ดูแลทุกจุดไม่ไหว”
ทหารพรานในพื้นที่สะท้อนว่า พื้นที่รับผิดชอบกว้าง ภารกิจมาก แต่กำลังพลถูกลดลงต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถเฝ้าระวังสถานที่เสี่ยงทุกแห่งพร้อมกันได้
ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามใหญ่ต่อฝ่ายการเมืองว่า การลดกำลังพลในพื้นที่ซึ่งภัยคุกคามยังไม่สิ้นสุด เหมาะสมแล้วหรือไม่
ฝ่ายค้านรับลูก พร้อมผลักดันอุปกรณ์
นายณัฐพงษ์ระบุว่า ฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุนอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ
คดีนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องการล่าตัวผู้ต้องสงสัย แต่โยงถึงงบประมาณ ข่าวกรอง อุปกรณ์ และประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนใต้
ย้อนคืนเดือด 28 มิถุนายน
เหตุการณ์ต้นเรื่องเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 23.00 น.
มีรายงานว่าผู้ก่อเหตุใช้อาวุธข่มขู่พนักงาน ก่อนวางระเบิดบริเวณหัวจ่าย ราดน้ำมัน แล้วหลบหนี ส่งผลให้เกิดระเบิดและเพลิงไหม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในการโจมตีสถานีบริการน้ำมันหลายจุดในจังหวัดยะลาและปัตตานีช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
จุดที่ต้องแก้ให้ชัด
จุดเกิดเหตุที่คณะฝ่ายค้านลงพื้นที่คือ สถานีบริการน้ำมัน PT สาขาปาวา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ไม่ใช่นราธิวาสตามที่บางรายงานระบุ
แม้ฝ่ายความมั่นคงจะเปิดเผยว่ารู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่ภารกิจยังไม่จบ ทั้งการจับกุมผู้เกี่ยวข้อง ขยายผลถึงผู้สั่งการ และป้องกันเหตุซ้ำ
คำถามสำคัญคือ หากลดกำลังพล แต่ไม่มีเทคโนโลยี ข่าวกรอง และอุปกรณ์เข้ามาทดแทน ประชาชนในพื้นที่จะต้องรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือไม่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
มติชนออนไลน์
ไทยพีบีเอส
INN News
