จากรถไฟโคราช–อุบลฯ สู่คดีเขากระโดง
รายงาน ณ วันที่ 16 กรกฎาคม 2569
บุรีรัมย์—คดีเขากระโดงไม่ได้เริ่มจากสนามฟุตบอลหรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่เริ่มจาก “หินโรยราง” ที่ใช้สร้างทางรถไฟนครราชสีมา–อุบลราชธานีเมื่อกว่าร้อยปีก่อน
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2462 รัฐกำหนดเขตสร้างทางรถไฟสายดังกล่าว ต่อมา กรมรถไฟพบแหล่งหินที่เขากระโดง จึงสร้างทางแยกจากสายหลักเข้าไปยังแหล่งระเบิดและย่อยหิน ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
พื้นที่จึงไม่ได้มีแค่แนวราง แต่รวมถึงเขตขุดหิน ลานย่อยหิน และพื้นที่สนับสนุนกิจการรถไฟ เมื่อเริ่มใช้ประมวลกฎหมายที่ดินในปี 2497 การรถไฟแจ้งครอบครองพื้นที่ 5,083 ไร่ 80 ตารางวา
ต่อมา ทางรถไฟและกิจการขนหินเลิกใช้ ร่องรอยทางกายภาพเลือนหาย แต่หลักฐานกรรมสิทธิ์ในแฟ้มยังอยู่
ระหว่างนั้น มีการครอบครอง ออกโฉนด ซื้อขาย และพัฒนาพื้นที่ จนเกิดเอกสารสิทธิประมาณ 995 แปลง ซ้อนอยู่ในพื้นที่ที่การรถไฟอ้างว่าเป็นของรัฐ
ฝ่ายการรถไฟยืนยันว่าได้ที่ดินมาตามกฎหมายก่อนมีประมวลกฎหมายที่ดิน เอกสารสิทธิที่ออกภายหลังจึงอาจไม่ชอบ
ฝ่ายกรมที่ดินเห็นว่า คำพิพากษาเดิมผูกพันเฉพาะคู่ความและแปลงพิพาท ไม่อาจเพิกถอนโฉนดทั้ง 995 แปลงรวดเดียว เจ้าของแต่ละรายต้องได้พิสูจน์สิทธิ
วันที่ 30 มีนาคม 2566 ศาลปกครองกลางสั่งให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่กรมที่ดินเห็นว่าแนวเขตยังไม่ชัดพอจะเพิกถอนทั้งหมด
ข้อมูลวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ระบุว่า การรถไฟดำเนินคดีแล้ว 24 คดี ครอบคลุม 108 แปลง
สังเคราะห์และตกผลึก
นี่ไม่ใช่แค่คดีบุกรุก แต่คือความล้มเหลวของการจัดการที่ดินรัฐข้ามศตวรรษ
โครงการรถไฟสร้างความต้องการหิน
หินสร้างทางแยก
ทางแยกสร้างเขตที่ดิน
กิจการเลิกใช้
แต่รัฐไม่ตรึงแนวเขต
แผนที่เก่าจึงชนกับโฉนดใหม่
ทางออกต้องใช้แผนที่พิกัดเดียวกัน ตรวจสอบประวัติรายแปลง แยกผู้บุกรุกออกจากผู้ซื้อโดยสุจริต และให้ศาลตัดสินจากหลักฐาน
“รางอาจหายไปจากพื้นดิน แต่สิทธิในแฟ้มไม่เคยหาย”
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง:
ราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2462
การรถไฟแห่งประเทศไทย
กรมที่ดิน
คำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 582/2566
เขากระโดง #ที่ดินเขากระโดง #รถไฟโคราชอุบล #การรถไฟแห่งประเทศไทย #กรมที่ดิน #โฉนดที่ดิน #บุรีรัมย์ #สำนักข่าววิหคนิวส์


