30 มิถุนายน 2569 เวลา 17.29 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หลายหน่วยงานรัฐนำโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมแถลงผลจับกุม “นายรุ่งเรือง” ปลัดจังหวัดภูเก็ต ผู้ต้องหาคดีทุจริตสำคัญ 2 คดี
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงการกระทำผิดในคดีเรียกรับผลประโยชน์ และเป็นตัวกลางรับสินบน
💥 คดีแรก: เรียก 9 แสน แลกช่วยสอบบรรจุท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจากอาสาสมัคร 3 ราย คนละ 300,000 บาท รวม 900,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือในการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น
คดีนี้ยิ่งถูกจับตา เพราะเกิดท่ามกลางกระแสคดีโกงสอบท้องถิ่น ที่สังคมกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
💸 คดีที่สอง: รีดเจ้าของโรงแรม 1 ล้าน แลกเคลียร์ที่ดิน
อีกคดีที่สั่นสะเทือนภูเก็ต คือกรณีเจ้าของโรงแรมร้องเรียนผ่าน ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ว่าถูกเรียกเงิน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยดำเนินการแก้ไขเอกสาร ส.ค.1 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิครอบครองที่ดินในจังหวัดภูเก็ต
ผู้เสียหายระบุว่า หลังเจรจาและตกลงจ่ายเงินแล้ว ได้โอนเงินตามบัญชีที่ผู้ต้องหาส่งให้ แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือตามที่ตกลง
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่พบว่า บัญชีรับเงินในคดีโรงแรม เป็นบัญชีเดียวกับที่ปรากฏในคดีสอบท้องถิ่น ทำให้สองคดีถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
🔎 แฉเส้นทางเงินทอดหลายชั้น
เจ้าหน้าที่สืบสวนพบรูปแบบการเงินซับซ้อน มีการโอนเงินไป-กลับหลายทอดผ่านบุคคลใกล้ชิด โดยเฉพาะเลขาปลัด
ข้อมูลระบุว่า เงิน 1 ล้านบาท ถูกโอนเข้าบัญชีหนึ่งในอาสาสมัคร จากนั้นมีการทอนคืน 100,000 บาท ไปยังบัญชีเลขาฯ ก่อนกดเงินสดส่งต่อให้ผู้ต้องหา
เส้นทางดังกล่าวกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่มัดตัวในชั้นสืบสวน
⚠️ ปัดข่าว “ใบสั่งการเมือง”
ประเด็นร้อนอีกด้านคือกระแสข่าวว่า การจับกุมอาจเกี่ยวข้องกับแรงกดดันทางการเมือง หลังปลัดภูเก็ตเพิ่งกลับเข้ารับตำแหน่งเพียง 1 วันก่อนถูกจับ
ด้านเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยืนยันตรงกันว่า
การดำเนินคดีครั้งนี้อาศัยพยานหลักฐานและไทม์ไลน์การสืบสวนอย่างต่อเนื่อง ไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง
ขณะเดียวกัน กรมการปกครอง เผยว่า ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้อง 5 รายเข้ามาช่วยราชการส่วนกลาง 30 วัน เพื่อเปิดทางสอบข้อเท็จจริง และพบมูลเพียงพอที่จะตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงอยู่แล้ว
คดีนี้จึงอาจไม่จบเพียงการจับกุมบุคคลเดียว เพราะหลายฝ่ายจับตาว่า การขยายผลอาจสาวถึงเครือข่ายข้าราชการ-นายหน้า-ผู้มีอิทธิพล ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอำนาจในระบบราชการ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: บช.ก. / ป.ป.ท. / ป.ป.ช. / DSI / ปปง.
ปลัดภูเก็ต #ทุจริต #โกงสอบท้องถิ่น #สินบน #คอร์รัปชัน #วิหคนิวส์



