จำนวนผู้ชม

ข่าวประจำวัน » 🚨 “ไอซ์ รักชนก” บุก ป.ป.ช.! ส่งหลักฐานสอบ TH-AI Passport 1,600 ล้าน ปม TOR ล็อกสเปก-ส่อเอื้อเอกชน

🚨 “ไอซ์ รักชนก” บุก ป.ป.ช.! ส่งหลักฐานสอบ TH-AI Passport 1,600 ล้าน ปม TOR ล็อกสเปก-ส่อเอื้อเอกชน

1 September 2026
43   0

1 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมนายธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ นำสำนวนและพยานหลักฐานเข้ายื่นต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ซึ่งมีวงเงินโครงการประมาณ 1,600 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน

แต่ประเด็นที่ถูกนำเข้าสู่การตรวจสอบครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี AI เพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเงื่อนไข TOR ซึ่ง น.ส.รักชนก ระบุว่าพบข้อสังเกตหลายประการที่ควรให้หน่วยงานตรวจสอบเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด

🔥 จุดแรก — TOR ด้านประชาสัมพันธ์ถูกตั้งเงื่อนไขละเอียด

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ TOR กำหนดเงื่อนไขด้านการประชาสัมพันธ์ เช่น ต้องมีจอบิลบอร์ดไม่น้อยกว่า 400 จุดทั่วประเทศ จอในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 6,000 จอ ในสาขาไม่น้อยกว่า 1,500 แห่ง และจอในห้างสรรพสินค้าไม่น้อยกว่า 200 จุด

ฝ่ายที่ร้องเรียนจึงตั้งข้อสังเกตว่า เงื่อนไขลักษณะนี้อาจทำให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าร่วมการแข่งขันได้จริงมีจำนวนจำกัด และอาจเป็นลักษณะของ TOR ที่เอื้อเอกชนบางราย ซึ่งเป็นประเด็นที่ ป.ป.ช. ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 รักชนกเคยเปิดประเด็นตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ TOR ของโครงการมาแล้ว โดยระบุว่ารายละเอียดด้านสื่อประชาสัมพันธ์ถูกกำหนดไว้เฉพาะเจาะจงจนมีผู้ประกอบการที่สามารถตอบโจทย์ได้ไม่กี่ราย

⚠️ จุดที่สอง — ตั้งข้อสังเกตความเชื่อมโยงบริษัท

อีกประเด็นที่ถูกส่งให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ คือความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการกับบริษัทที่ครอบครองเครือข่ายสื่อจอประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ

ฝ่ายผู้ร้องระบุว่าพบข้อมูลเกี่ยวกับ ผู้รับผลประโยชน์สุดท้าย หรือ UBO ที่มีความเชื่อมโยงกัน รวมถึงข้อมูลสถานที่ตั้งบริษัทที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอยู่ในสถานที่เดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็น ข้อกล่าวหาและข้อสังเกตที่ถูกส่งให้หน่วยงานตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อยุติว่ามีการฮั้วประมูลหรือทุจริตเกิดขึ้นแล้ว

💰 จุดใหญ่ — สัญญาเดิม 1,600 ล้าน กับระบบ Pay per use

อีกประเด็นสำคัญคือรูปแบบการจ่ายเงิน

รักชนกระบุว่า ในช่วงแรกโครงการมีรูปแบบ เหมาจ่าย หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสัญญา แม้มีผู้ลงทะเบียนหรือใช้งานจริงไม่มาก รัฐก็อาจต้องจ่ายตามวงเงินที่กำหนดไว้ประมาณ 1,600 ล้านบาท

ต่อมาจึงมีการปรับรูปแบบเป็น Pay per use หรือจ่ายตามการใช้งานจริง

ข้อมูลที่ฝ่าย กมธ. ระบุเมื่อ 31 สิงหาคม 2569 ระบุว่ามีผู้ลงทะเบียนประมาณ 1.3 ล้านคน แต่ผู้ใช้งานจริง หรือ Active User อยู่ที่ประมาณ 1 แสนคน

รักชนกจึงนำตัวเลขดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับวงเงินสัญญาเดิม และตั้งข้อสังเกตว่าหากคิดตามการใช้งานจริง ค่าใช้จ่ายอาจอยู่เพียงระดับไม่กี่ล้านบาท ขณะที่สัญญาเดิมมีวงเงินสูงถึง 1,600 ล้านบาท

💥 “ถ้าดีจริง กลับไปเปิดใหม่ให้ทุกคนแข่ง”

รักชนกยืนยันว่า เป้าหมายของการตรวจสอบคือการให้โครงการกลับไปเริ่มต้นใหม่อย่างโปร่งใส หากโครงการมีประโยชน์และคุ้มค่าจริง ก็ควรจัดทำ TOR ใหม่โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม

พร้อมระบุว่า หากสุดท้ายกระบวนการตรวจสอบพบว่ามีผู้กระทำความผิด ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการรับโทษตามกฎหมาย

📑 กมธ.เดินหน้าขอเอกสารเพิ่ม

ด้านนายธีระชาติระบุว่า จากเอกสารที่คณะกรรมาธิการได้รับ ยังมีข้อมูลสำคัญที่ไม่ได้รับครบถ้วน โดยเฉพาะเอกสารข้อเสนอเชิงเทคนิคของบริษัทที่เข้าร่วมประมูล และเอกสารแนบท้ายสัญญาฉบับล่าสุด

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับ TOR ที่ระบุให้มี AI อย่างน้อย 8 ราย ขณะที่โครงการนำเสนอว่ามี AI มากกว่า 10 ราย แต่จากเอกสารที่ตรวจพบในขณะนี้ มีใบอนุญาตจาก Google ประเทศไทยที่ปรากฏเพียงรายเดียว ซึ่งฝ่าย กมธ.ต้องการเอกสารเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นภาพทั้งหมด

🚨 จาก “ตั้งข้อสังเกต” สู่ “ป.ป.ช.ตรวจสอบ”

นี่จึงถือเป็นอีกขั้นของการตรวจสอบ TH-AI Passport หลังจากประเด็นดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2569 ก่อนที่วันนี้ 1 กันยายน 2569 จะถูกนำสำนวนและหลักฐานเข้าสู่ ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการ

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง

#THAIPassport #รักชนกศรีนอก #ไอซ์รักชนก #ปปช #ไชยชนกชิดชอบ #กระทรวงดิจิทัล #ดีอี #TOR #ล็อกสเปก #จัดซื้อจัดจ้าง #ฮั้วประมูล #งบ1600ล้าน #AI #พรรคประชาชน #วิหคนิวส์