4 ตุลาคม 2569
🚨 วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ ลุ่มเจ้าพระยา และหลายจังหวัดทั่วประเทศ กำลังกลายเป็น วิกฤตศรัทธาทางการเมือง เมื่อรัฐบาล กทม. และฝ่ายการเมืองต่างเปิดศึกโยนความผิดกันไปมา ท่ามกลางเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากประชาชนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม
⚡ จากปัญหาการเตือนภัย การพร่องน้ำ การระบายน้ำ ไปจนถึงการจัดการในพื้นที่ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความล้มเหลวของระบบรับมือภัยพิบัติ แต่ยังลุกลามเป็นสงครามการเมืองเต็มรูปแบบ
ฝั่งรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ถูกจับตาหนัก หลังรองนายกฯ ที่รับผิดชอบเรื่องน้ำเคยระบุว่า “เอาอยู่” ก่อนยอมรับภายหลังว่า “เอาไม่อยู่” และต้องยอมรับว่ามนุษย์ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้
ขณะที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ก็ถูกวิจารณ์ทั้งเรื่องการพร่องน้ำในคลองและการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าล่าช้า หลังน้ำเข้าท่วมบางพื้นที่ไปแล้ว
💥 กระแสโจมตียังลามไปถึงข้อเสนอให้ รมว.มหาดไทยปลดผู้ว่าฯ กทม. แต่ชัชชาติยังเลือกทำงานต่อ น้อมรับคำวิจารณ์ และไม่ตอบโต้ทางการเมืองมากนัก
🔥 ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านและกลุ่มการเมืองที่ต้องการโค่นรัฐบาล ก็เดินหน้าหยิบทุกประเด็นมาขยายผล ทั้งคดีฮั้ว สว. ทุจริตสอบท้องถิ่น โครงการ TH-AI Passport และล่าสุดคือวิกฤตน้ำท่วม
📌 จุดเดือดปะทุขึ้นอีก เมื่อ “อนุทิน” แจกเงินสดคนละ 1,000 บาทให้ผู้ประสบภัยในเขตสายไหม ก่อนถูก รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” พรรคประชาชน วิจารณ์ว่าอาจเข้าข่ายสร้างคะแนนนิยม พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของเงิน
🔥 นายกฯ ตอบโต้ทันทีว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินเดือนที่สะอาด พร้อมย้ำว่าถูกสอนให้ช่วยเหลือประชาชน และเตือนอย่าเอามาตรฐานของตัวเองมาวัดคนอื่น
ก่อนที่รักชนกจะสวนกลับแรงไม่แพ้กันว่า
“มีพ่อแม่แต่ทำได้เท่านี้”
⚡ สงครามน้ำลายยังไม่จบ เมื่อพรรคภูมิใจไทยเปิด “โรงครัวภูมิใจไทย” ร่วมกับ Grab Food แจกอาหารปรุงสุกฟรี แต่ถูกวิจารณ์เรื่องข้อจำกัดการจัดส่งในพื้นที่น้ำท่วม
รักชนกออกมาตอกว่า คนที่เดือดร้อนจริงจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ที่ระบบจัดส่งปกติเข้าไม่ถึง ต่อให้แจกเป็นแสนกล่อง อาหารก็อาจไม่ถึงมือผู้ประสบภัย
ขณะที่ฝั่งรัฐบาลสวนกลับว่า
“ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”
💥 ด้าน “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์ตอบโต้ว่า ใครช่วยอะไรได้ก็ควรช่วยกัน พร้อมย้ำว่า “ข้าวฟรี ส่งฟรี”
🔥 พรรคร่วมรัฐบาลเองก็เริ่มมีแรงกระเพื่อม
ฝั่งเพื่อไทยถูกจับตาหลังมีการชื่นชม ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. ที่นำโดรนมาช่วยค้นหาผู้ประสบภัย จนถูกมองว่าเป็นการเปรียบเทียบผลงานกับนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ฝั่งพรรคกล้าธรรม โดย ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกมาวิจารณ์การทำงานของกรมชลประทาน และพุ่งเป้าไปยัง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ท่ามกลางกระแสข่าวเกมต่อรองเก้าอี้การเมือง
🚨 นายกฯ “อนุทิน” พยายามเบรกสงครามการเมือง โดยตอบคำถามเรื่องความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำว่า
“เลิกถามเรื่องนี้สักทีเถอะ”
พร้อมยืนยันว่าจะจัดการสถานการณ์น้ำท่วมให้เรียบร้อยก่อน และยังไม่เดินหน้าเรื่องปรับ ครม.ในเวลานี้
📌 ด้านมาตรการช่วยเหลือ รัฐบาลเดินหน้าอนุมัติงบกลาง 4,000 ล้านบาท จากเดิม 2,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ
พร้อมไฟเขียวแผนคลอง “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” วงเงินประมาณ 1.6 แสนล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงน้ำท่วมภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล
นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์บัญชาการรับมือสถานการณ์ตลอดเวลา พร้อมมอบหมายให้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ดูแลการแก้ปัญหาในพื้นที่กรุงเทพฯ
💰 อีกมาตรการที่ถูกจับตาคือ โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 ครอบคลุมบ้านเรือนกว่า 30 ล้านหลัง
น้ำท่วมจ่ายเบื้องต้น 10,000 บาท
วาตภัยและแผ่นดินไหว 5,000 บาท
เสียชีวิตชดเชยสูงสุด 2 ล้านบาทต่อคน
แต่คุ้มครองเฉพาะภัยที่เกิดขึ้นใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป ส่วนผู้ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำเดิม จะได้รับเงินช่วยเหลือจาก ปภ. 9,000 บาทแทน
⚠️ ท่ามกลางเกมการเมืองที่ยังซัดกันไม่หยุด สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน
ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้อง หยุดโยนบาป หยุดเอาน้ำท่วมมาเป็นอาวุธการเมือง แล้วหันมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
เพราะสุดท้าย คนที่ต้องรับกรรมไม่ใช่นักการเมือง
แต่คือ “ชาวบ้านที่จมน้ำ และสำลักสงครามน้ำลาย”
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ไทยโพสต์
#กทม #ชัชชาติ #น้ำท่วม #อนุทิน #มท1 #พรรคภูมิใจไทย #รัฐบาล #พรรคร่วมรัฐบาล #รักชนก #พรรคประชาชน #การเมือง #วิหคนิวส์ #ไทยโพสต์
