สกู๊ปข่าว » 🚨🔥 สะเทือนการเมืองไทย! “อานันท์” ฟันชัด ไม่มี “อนุรักษนิยม” มีแต่ “อำนาจนิยม” ชี้ประชาธิปไตยไม่จบแค่ชนะเลือกตั้ง

🚨🔥 สะเทือนการเมืองไทย! “อานันท์” ฟันชัด ไม่มี “อนุรักษนิยม” มีแต่ “อำนาจนิยม” ชี้ประชาธิปไตยไม่จบแค่ชนะเลือกตั้ง

3 October 2026
28   0

⚡ วัย 94 ยังพูดตรง!
“อานันท์ ปันยารชุน” อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดมุมมองเข้มต่อสังคมไทย ชี้คนไทย “ฟังไม่ค่อยเป็น” ความเห็นต่างกลับถูกมองเป็นศัตรู พร้อมย้ำประชาธิปไตยไม่ได้สิ้นสุดทันทีเมื่อรู้ว่าใครชนะเลือกตั้ง แต่ต้องเดินคู่กับ “ธรรมาภิบาล”

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี วัย 94 ปี กล่าวบนเวทีเปิดตัวหนังสือ “หงส์ลายมังกร” ซึ่งบันทึกเรื่องราวชีวิตของเขา โดยระบุอย่างอารมณ์ดีว่าเคยตั้งใจจะ “เลิกพูด” มานานแล้ว แต่เมื่อได้รับเชิญก็มักใจอ่อนอยู่เสมอ

แม้บรรยากาศบางช่วงจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่เนื้อหาที่นายอานันท์พูดกลับตรงไปตรงมา โดยเฉพาะประเด็นสังคม การเมือง ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และอนาคตของประเทศไทย

🔥 ชี้ตรง! สังคมไทย “ฟังไม่ค่อยเป็น”

นายอานันท์กล่าวว่า ปัญหาหนึ่งที่เห็นในสังคมไทยคือ คนจำนวนมากอาจพูดเก่งและมีความคิดเห็นหลากหลาย แต่กลับไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง

เมื่อใครคิดไม่เหมือนกัน ก็มักถูกมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือเป็นปฏิปักษ์ ทั้งที่สังคมไม่สามารถมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมดได้

นายอานันท์กล่าวตอนหนึ่งว่า

“สังคมมีความคิดเห็นตรงกันหมดไม่ได้ สังคมไหนที่มีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมดนั้น มันก็เป็นสังคมที่เป็นเผด็จการ”

⚡ หลักการไม่เปลี่ยน แต่วิธีการต้องปรับ

อดีตนายกรัฐมนตรีระบุว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา หลักการสำคัญของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ “วิธีการ” จำเป็นต้องปรับตามสถานการณ์และกาลเวลา

เพราะโลกเปลี่ยน

สถานการณ์เปลี่ยน

และวิธีคิดของผู้คนก็เปลี่ยน

สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การรับฟัง การแลกเปลี่ยน และไม่ยึดติดกับแนวทางเดิมจนไม่สามารถปรับตัวได้

นายอานันท์บอกด้วยว่า เขาเป็นคนที่ชอบทั้ง “ฟัง” และ “เถียง” เพราะมองว่าสองสิ่งนี้ทำให้มนุษย์มีความสมบูรณ์ทางความคิดมากขึ้น

🚨 เตือนแรง! ประชาธิปไตยไม่ได้จบที่ “ใครชนะเลือกตั้ง”

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ นายอานันท์ตั้งข้อสังเกตว่า สังคมไทยมักมองประชาธิปไตยจากรูปแบบภายนอก

มีการเลือกตั้ง

มีรัฐธรรมนูญ

รู้ว่าใครแพ้

รู้ว่าใครชนะ

รู้ว่าใครได้ตั้งรัฐบาล

แล้วก็เหมือนกับว่า “เกมจบ”

แต่นายอานันท์เห็นว่า สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ หลังจากได้เป็นรัฐบาลแล้ว ผู้มีอำนาจดำเนินนโยบายเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมหรือไม่

เพราะการชนะเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้ประชาธิปไตยสมบูรณ์โดยอัตโนมัติ

🔥 ย้ำ “ธรรมาภิบาล” คือหัวใจสำคัญ

นายอานันท์ระบุว่า ประชาธิปไตยมีความสำคัญ แต่ประชาธิปไตยมีข้อจำกัด และไม่สามารถสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง

ต้องมีองค์ประกอบอื่นเข้ามารองรับ โดยเฉพาะ

▪️ ความยุติธรรมทางสังคม
▪️ ความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรม
▪️ เสรีภาพของสื่อ
▪️ ความโปร่งใส
▪️ ความซื่อสัตย์สุจริต
▪️ ความเป็นธรรม
▪️ ความถูกต้อง

ทั้งหมดนี้รวมอยู่ภายใต้สิ่งที่เรียกว่า “ธรรมาภิบาล” หรือ Good Governance

นายอานันท์ถึงกับกล่าวว่า

“สิ่งที่เราต้องแสวงหาสิ่งแรกไม่ใช่ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยต้องมีเป็นองค์ประกอบ แต่ที่สังคมต้องการคือธรรมาภิบาล”

พร้อมอธิบายแนวคิดที่เรียกว่า “Democratic Governance” หรือการที่ประชาธิปไตยกับธรรมาภิบาลต้องเดินควบคู่กัน

💥 ประโยคเดือด! “ประเทศไทยไม่มีอนุรักษนิยม”

อีกช่วงหนึ่งที่เรียกเสียงสนใจอย่างมาก คือการพูดถึงคำว่า “อนุรักษนิยม”

นายอานันท์มองว่า คำว่า Conservative หรือ “อนุรักษนิยม” ถูกใช้ในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง แต่หลายครั้งอาจไม่ได้ตรงกับความหมายทางการเมืองในระดับสากล

พร้อมกล่าวชัดว่า

“ประเทศไทยไม่มีอนุรักษนิยม สิ่งที่มีอยู่คือ ‘อำนาจนิยม’ ซึ่งไม่ควรนำมาปนกัน”

นายอานันท์เห็นว่า อนุรักษนิยม เสรีนิยม หรือสังคมนิยม ต่างเป็นแนวทางความคิดทางการเมืองที่สามารถถกเถียงกันได้ และไม่ควรถูกนำไปปะปนกับ “อำนาจนิยม”

⚠️ สะกิดแรง! ถึงเวลาทบทวน “สิทธิมนุษยชน”

นายอานันท์ยังย้อนถึงคำพูดของตัวเองเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเยาวชนและการจับกุมคุมขัง ซึ่งในเวลานั้นทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า “เข้าข้างเด็ก” หรือ “ให้ท้ายเด็ก”

อดีตนายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่ได้หวั่นไหวกับกระแสวิจารณ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาตั้งคำถามว่า สังคมไทยรับฟังสารที่ต้องการสื่อจริง ๆ หรือไม่

พร้อมเรียกร้องให้คนไทยกลับมาทบทวนแนวคิดเรื่อง

🔹 สิทธิมนุษยชน
🔹 คุณค่าของการอยู่ร่วมกัน
🔹 การไม่ประหัตประหารกัน
🔹 ความสามัคคี
🔹 ความเข้าใจระหว่างคนที่คิดต่าง

📢 ตั้งคำถามหนัก เมื่อสื่ออ่อนแรง สังคมจะฟังใคร

นายอานันท์ยังพูดถึงบทบาทของสื่อ โดยตั้งข้อสังเกตว่าโครงสร้างของสื่อเปลี่ยนไปอย่างมาก

หนังสือพิมพ์ซบเซา

คนอ่านหนังสือน้อยลง

ผู้คนหันไปเสพข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน เขายังวิจารณ์ว่าสื่อบางส่วนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของทุน จนเกิดคำถามว่าในอนาคตประชาชนจะพึ่งพาใครในการกลั่นกรองและตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร

❤️ 94 ปี ยังไม่หมดหวังประเทศไทย

แม้จะพูดถึงปัญหาหลายด้านของสังคมไทย แต่นายอานันท์ยืนยันว่า เขายัง “ไม่หมดความหวัง”

เพราะประเทศไทยและสังคมไทยสามารถดำรงอยู่มาอย่างยาวนาน จึงเชื่อว่าต้องมีรากฐานบางอย่างที่ดี เพียงแต่คนไทยต้องช่วยกันค้นหาให้พบว่า สิ่งนั้นคืออะไร

อดีตนายกรัฐมนตรีทิ้งท้ายด้วยแนวคิดว่า มนุษย์ต้องอยู่กับความจริงของปัจจุบัน ไม่ติดอยู่กับความรุ่งเรืองหรือความผิดพลาดในอดีต และใช้ปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้นในการแสวงหาอนาคตที่ดีกว่า

พร้อมฝากประโยคสำคัญว่า หากสิ่งที่เขาพูดสามารถทำให้คนบางส่วน “ตั้งสติ” และกลับมามองประเทศไทยตามความเป็นจริงได้

เพียงเท่านั้นก็พอใจแล้ว

🔥 จาก “ฟังไม่เป็น” ถึง “อำนาจนิยม” คำเตือนของอดีตนายกฯ วัย 94 ที่ต้องการให้สังคมหยุดคิด ก่อนประชาธิปไตยจะเหลือเพียงการนับว่าใครแพ้–ใครชนะเลือกตั้ง

สำนักข่าววิหคนิวส์
#อานันท์ ปันยารชุน #ประชาธิปไตย #ธรรมาภิบาล #อำนาจนิยม #อนุรักษนิยม #สิทธิมนุษยชน
#การเมืองไทย #สังคมไทย #ไทยพับลิก้า #วิหคนิวส์