อินโดนีเซียระทึก! ภูเขาไฟอานักกรากะตัวปะทุซ้ำอย่างต่อเนื่อง เถ้าภูเขาไฟทะยานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูงถึงราว 50,000 ฟุต หรือประมาณ 15,000 เมตร แผ่กระจายหลายพื้นที่ รวมถึงบางส่วนของกรุงจาการ์ตา บันเติน ชวาตะวันตก และพื้นที่ฝั่งสุมาตรา
วันที่ 6 กันยายน 2569 สำนักงานธรณีวิทยาอินโดนีเซียรายงานว่า ภูเขาไฟอานักกรากะตัว ซึ่งตั้งอยู่ในช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะชวาและสุมาตรา ยังคงมีความเคลื่อนไหวสูง
ล่าสุดเมื่อเวลา 03.53 น. ตามเวลาท้องถิ่นอินโดนีเซีย เกิดการปะทุอีกครั้ง โดยตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนได้สูงสุด 46 มิลลิเมตร และการปะทุครั้งนี้กินเวลาประมาณ 30 วินาที ขณะที่รายงานจากหน่วยงานภูเขาไฟระบุว่า กิจกรรมการปะทุยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
🔥 เถ้าภูเขาไฟพุ่งสูง กระจายหลายทิศทาง
ข้อมูลการติดตามของ BMKG จากภาพดาวเทียม Himawari-9 ร่วมกับข้อมูล PVMBG และศูนย์เตือนภัยเถ้าภูเขาไฟดาร์วิน พบกลุ่มเถ้าภูเขาไฟอย่างน้อย 2 กลุ่มในชั้นบรรยากาศ
กลุ่มหนึ่งกระจายตั้งแต่ระดับพื้นดินขึ้นไปประมาณ 20,000 ฟุต หรือ 6,000 เมตร และครอบคลุมบางส่วนของกรุงจาการ์ตา บันเติน ชวาตะวันตก และพื้นที่ทะเลโดยรอบ
ส่วนอีกกลุ่มทะยานขึ้นไปถึงประมาณ 50,000 ฟุต หรือ 15,000 เมตร ก่อนเคลื่อนตัวครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของบันเติน ลัมปุง เบงกูลู ช่องแคบซุนดา และมหาสมุทรอินเดียด้านตะวันตกของเกาะสุมาตรา
✈️ สนามบินโซเอ็ตตาสะเทือน เที่ยวบินได้รับผลกระทบ
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบนพื้นดิน แต่ลุกลามเข้าสู่การเดินทางทางอากาศทันที
ท่าอากาศยานนานาชาติ ซูการ์โน-ฮัตตา ในกรุงจาการ์ตา ระงับเที่ยวบินชั่วคราวจากสถานการณ์เถ้าภูเขาไฟที่ปกคลุมพื้นที่การบิน โดยมีเที่ยวบินได้รับผลกระทบถึง 209 เที่ยว และผู้โดยสารประมาณ 22,800 คน ตามรายงานของ Associated Press ขณะที่กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียขยายเวลาระงับเที่ยวบินเพื่อประเมินความปลอดภัย
เถ้าภูเขาไฟเป็นอันตรายต่อเครื่องบินอย่างมาก เพราะสามารถลดทัศนวิสัยและเข้าไปสร้างความเสียหายต่อเครื่องยนต์อากาศยานได้
⚠️ ทางการตรึงระดับเตือนภัย 3 ห้ามเข้าใกล้ 3 กม.
เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียยังคงกำหนด ระดับเตือนภัย 3 หรือระดับเฝ้าระวัง และสั่งประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้เกี่ยวข้อง ห้ามเข้าใกล้พื้นที่รอบปล่องภูเขาไฟในรัศมี 3 กิโลเมตร
ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ล่าสุด และยังไม่มีคำสั่งอพยพประชาชน เนื่องจากชุมชนที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากภูเขาไฟมากกว่าระยะอันตรายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานด้านธรณีวิทยายังคงจับตาความรุนแรงของการปะทุ เพราะอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังประกอบด้วย ลาวา วัสดุร้อน เมฆร้อน และเถ้าภูเขาไฟ
😷 เตือนประชาชนรับมือเถ้าภูเขาไฟ
ประชาชนในพื้นที่ที่เถ้าภูเขาไฟพัดผ่านได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีเถ้าตกสะสม ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด และสวมหน้ากากกรองอนุภาคเมื่อจำเป็นต้องออกนอกอาคาร
เถ้าภูเขาไฟประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กของหิน แร่ และเศษแก้วภูเขาไฟ การสูดดมอาจทำให้เกิดการระคายเคืองตา ไอ และอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ โดยผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
🌋 ย้อนรอยปี 2561 จุดเปลี่ยนสำคัญของอานักกรากะตัว
ชื่อของอานักกรากะตัวเคยสร้างความหวาดหวั่นครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2561 หลังการปะทุทำให้ส่วนหนึ่งของภูเขาไฟพังถล่มลงทะเล จนก่อให้เกิดสึนามิในช่องแคบซุนดา
ข้อมูลของหน่วยงานอินโดนีเซียระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 430 คน ขณะที่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 437 ราย และพบว่าการพังถล่มของด้านข้างภูเขาไฟเป็นกลไกสำคัญที่ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ
เหตุการณ์ในปี 2561 จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้กิจกรรมของอานักกรากะตัวถูกจับตาอย่างเข้มข้นทุกครั้งที่เกิดการปะทุรุนแรง
ขณะนี้หน่วยงานอินโดนีเซียยังคงติดตามการปะทุ ทิศทางลม และการเคลื่อนตัวของเถ้าภูเขาไฟแบบต่อเนื่อง พร้อมย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศทางการและหลีกเลี่ยงพื้นที่อันตรายอย่างเคร่งครัด
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: BMKG, Badan Geologi/PVMBG, AP, Reuters และข้อมูลการศึกษาภัยพิบัติอานักกรากะตัว
#อานักกรากะตัว #ภูเขาไฟปะทุ #อินโดนีเซีย #จาการ์ตา #เถ้าภูเขาไฟ #ซูการ์โนฮัตตา #ช่องแคบซุนดา #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวด่วน #สำนักข่าววิหคนิวส์
