วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา — น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
นายชวนระบุว่า ตนเป็นหนึ่งใน สส. 133 คน ที่เข้าชื่อเสนอให้ตรวจสอบ พ.ร.ก.ดังกล่าวผ่านประธานสภาฯ เนื่องจากเห็นว่า แม้การใช้เงินอาจมีประโยชน์ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า การออก พ.ร.ก.เข้าเงื่อนไข “จำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยส่วนที่ใช้เงินช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 เสียง ขณะที่ส่วนการส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงานและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ศาลมีมติ 7 ต่อ 2 ว่าอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 172
อย่างไรก็ตาม นายชวนย้ำว่า คำวินิจฉัยของศาลเป็นคำตอบในทางกฎหมาย แต่ฝ่ายนิติบัญญัติยังมีหน้าที่พิจารณาความเหมาะสมในการใช้กฎหมายดังกล่าว
นายชวนกล่าวว่า จุดที่ตนยืนยันมาตลอดคือเรื่อง “ความจำเป็นเร่งด่วน” เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้การออก พ.ร.ก.เป็นข้อยกเว้นจากกระบวนการออกกฎหมายตามปกติ
และเมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 4 เดือน นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าว นายชวนเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้พิสูจน์ให้เห็นว่า สถานการณ์ไม่ได้มีความเร่งด่วนถึงขั้นไม่สามารถรอกระบวนการตรากฎหมายตามปกติได้
⚡ ชวนฝากถึงตุลาการศาล รธน. “ไม่ได้พูดเล่น”
นายชวนยังกล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าให้ความเคารพต่อดุลพินิจของตุลาการทั้ง 9 คน และต้องการเห็นศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เป็น หลักของบ้านเมือง
พร้อมแสดงความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่อาจทำให้การเมืองเข้ามามีอิทธิพลต่อองค์กรตุลาการ โดยย้ำว่า แม้บุคคลใดจะรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ แต่ ไม่ควรนำความรู้สึกดังกล่าวมาเป็นเหตุให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง
นายชวนกล่าวอย่างหนักแน่นว่า
“ไม่ได้พูดเล่น ๆ ว่า อย่าเอาหนี้บุญคุณนี้มาทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง”
พร้อมเปรียบเปรยว่า บุญคุณค่อยตอบแทนเมื่อผู้มีบุญคุณเสียชีวิต แต่การทำหน้าที่ตุลาการต้องยึดหลักกฎหมายและประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นสำคัญ
🔥 ย้ำประชาธิปไตยต้องแยก 3 อำนาจ
นายชวนยังย้ำหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยว่า ต้องมีการแบ่งอำนาจเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ
แต่ละฝ่ายต้องใช้อำนาจภายในขอบเขตของตนเอง และ ไม่ควรให้อำนาจฝ่ายหนึ่งเข้าไปแทรกแซงอีกฝ่าย
โดยเฉพาะฝ่ายบริหาร หากต้องการออกกฎหมายตามปกติ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา แต่รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.ได้ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนและเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
นายชวนจึงย้ำว่า หากรัฐบาลมาจากประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ควรหวาดกลัวการตรวจสอบของรัฐสภา เพราะฝ่ายบริหารสามารถเข้ามาชี้แจงเหตุผลต่อฝ่ายนิติบัญญัติได้
⚠️ โยงบทเรียนชายแดนใต้ เตือนละเมิดหลักทำบ้านเมืองเสียหาย
ช่วงท้าย นายชวนยังยกสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกิดเหตุหลายครั้งในช่วงวันที่ 22–23 สิงหาคม 2569 มาเป็นตัวอย่าง โดยระบุว่า สิ่งสำคัญไม่ควรมองเพียงข้อถกเถียงว่าเหตุการณ์ใดเกิดจากกระสุนจากเฮลิคอปเตอร์หรือมาจากจุดใด แต่ต้องย้อนกลับไปดูว่า เหตุแห่งความรุนแรงเกิดจากอะไร
นายชวนย้ำว่า หากฝ่ายบริหารไม่ยึดหลักนิติธรรม และใช้อำนาจจับกุมหรือจัดการผู้ต้องสงสัยโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม ย่อมสร้างความเสียหายและความไม่ไว้วางใจในระยะยาว
เขาจึงย้ำหลักสำคัญว่า บ้านเมืองจะเดินหน้าได้ ต้องยึดหลักการ ไม่ใช่ยึดตัวบุคคลหรืออำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท แม้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่ากฎหมายไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่จุดยืนของนายชวนยังคงชัดเจนว่า ประเด็นความเหมาะสม ความจำเป็นเร่งด่วน และผลกระทบต่อหลักการคลัง ยังเป็นเรื่องที่รัฐสภาต้องตรวจสอบอย่างเต็มที่
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง ศาลรัฐธรรมนูญ และรายงานการอภิปรายในรัฐสภา
#ชวนหลีกภัย #พรกกู้เงิน #กู้เงิน4แสนล้าน #ศาลรัฐธรรมนูญ #ศาลรธน #รัฐสภา #มาตรา172 #ประชาธิปัตย์ #เศรษฐกิจไทย #วิกฤตพลังงาน #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์
