23 สิงหาคม 2569
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นประเด็นร้อน หลังเกิดเหตุโจมตีหลายจุดในพื้นที่ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดยมีรายงานเหตุการณ์มากกว่า 51 จุด และเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลอย่างละเอียดล่าสุด นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสร้างความกระจ่าง โดยเฉพาะกรณีวัยรุ่นในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ซึ่งกลายเป็นเหตุการณ์ที่มีข้อมูลจากสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจนรอมฎอนระบุว่า จากการตรวจสอบกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้รับข้อมูลว่า จำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงล่าสุดยังไม่สามารถสรุปตัวเลขที่แน่นอนได้ และอาจ มากกว่า 51 จุด
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อสงสัยว่า ตัวเลขดังกล่าวได้รวมเหตุการณ์วัยรุ่นถูกยิงที่ อ.จะแนะแล้วหรือไม่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ยิงวัยรุ่น 5 คนข้อมูลจากฝ่ายผู้ได้รับบาดเจ็บระบุว่า กลุ่มวัยรุ่นถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ หลังเดินทางผ่านบริเวณที่เกิดเหตุเผาสำนักงาน อบต.ช้างเผือก โดยอ้างว่าการยิงเกิดขึ้นขณะที่กลุ่มวัยรุ่นชูมือเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจแต่ฝ่ายความมั่นคง โดย แม่ทัพภาคที่ 4 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ยืนยันว่า ไม่มีการใช้อาวุธยิงจากเฮลิคอปเตอร์ระหว่างภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์ทำให้ขณะนี้เกิดสถานการณ์ที่รอมฎอนเรียกว่า “ความจริงสองชุด”รอมฎอนยังตั้งข้อสังเกตถึงรายละเอียดหลายประการ ทั้งชนิดอาวุธ ลักษณะความเสียหาย และคำชี้แจงของฝ่ายความมั่นคง พร้อมเห็นว่าจำเป็นต้องตรวจสอบด้วยพยานหลักฐานอย่างรอบด้านแม้หน่วยงานความมั่นคงจะระบุว่าจะตรวจสอบร่วมกันระหว่าง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง แต่รอมฎอนเห็นว่า กลไกดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทุกฝ่ายจึงเสนอให้รัฐบาล ตั้งกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระและมีความเป็นมืออาชีพ โดยให้มีบุคคลที่ได้รับความน่าเชื่อถือจากทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในพื้นที่เข้ามาร่วมตรวจสอบ พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะรอมฎอนยกตัวอย่างว่า ตลอดช่วงกว่า 20 ปีของปัญหาชายแดนใต้ เคยมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์สำคัญหลายกรณี รวมถึง ตากใบ กรือเซะ ปุโละปูโย และโต๊ะชูดนอกจากนี้ ยังมีกลไกตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 รวมถึงกลไกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการของรัฐสภา ที่สามารถเข้ามาตรวจสอบได้รอมฎอนย้ำว่า การติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงเป็นหน้าที่พื้นฐานของเจ้าหน้าที่ แต่ในเวลาเดียวกัน รัฐต้องสร้างความชอบธรรมจากความโปร่งใสและความยุติธรรมเพราะในสถานการณ์ความขัดแย้ง สิ่งที่ทำให้รัฐแตกต่างจากกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐ คือ การใช้อำนาจอย่างมีหลักฐาน ตรวจสอบได้ และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายพร้อมเสนอให้รัฐบาลเดินหน้ากลไก “ผู้ตรวจการกองทัพ” ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่เคยถูกเสนอโดยฝ่ายก้าวไกลและพรรคประชาชน เพื่อให้มีองค์กรอิสระสำหรับตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐสำหรับเหตุการณ์โจมตีหลายจุดเมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569
รอมฎอนมองว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างประสานกันและมุ่งเป้าไปยังพื้นที่พลเรือน รวมถึงทรัพย์สินของรัฐและเอกชน เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้แต่ในขณะเดียวกัน การเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ยังมีข้อสงสัยก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการเช่นกันเพราะเมื่อข้อเท็จจริงยังมีสองชุด สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่เลือกเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องนำหลักฐานมาพิสูจน์ให้ความจริงเหลือเพียงชุดเดียวสำนักข่าววิหคนิวส์ อ้างอิง: ข้อมูลและข้อเรียกร้องจาก รอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน และคำชี้แจงของหน่วยงานความมั่นคงที่ถูกกล่าวถึงในเนื้อหา โดยเหตุการณ์และสาเหตุของการบาดเจ็บยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
#รอมฎอนปันจอร์ #พรรคประชาชน #ชายแดนใต้ #นราธิวาส #จะแนะ #ความไม่สงบชายแดนใต้ #เฮลิคอปเตอร์ #กอรมนภาค4 #หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส #ความจริงสองชุด #ผู้ตรวจการกองทัพ #สิทธิมนุษยชน #สำนักข่าววิหคนิวส์
